Thailand

หมวดหมู่: แบงก์พาณิชย์

1.GAK SME

กสิกรไทย จับมือ 8 พันธมิตรจัด K SME Good to Great ปีที่สอง อัพธุรกิจผลิตอาหารและเครื่องสำอาง และธุรกิจค้าปลีกเก่งให้โต พร้อมเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

     ธนาคารกสิกรไทย เดินหน้าโครงการ K SME Good to Great ปีที่สอง ดันกลุ่มธุรกิจผลิตอาหารและเครื่องสำอาง และธุรกิจค้าปลีก จัดคอร์สอัพธุรกิจเก่งให้โตด้วยการสัมมนาให้ความรู้ แคมป์อบรมเชิงลึก และการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว ผู้ร่วมโครงการ 10 ราย ที่แข็งแกร่งที่สุดจะได้รับเงินรางวัลในการพัฒนาธุรกิจด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีรวม 1 ล้านบาทจากธนาคารกสิกรไทย พร้อมสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากพันธมิตรของโครงการ

       นางสาวจิตราวิณี วรรณกร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยจัดโครงการ K SME Good to Great คอร์สอัพธุรกิจเก่งให้โต เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่ม เสริมศักยภาพให้ธุรกิจแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมในทุก ๆ ด้าน เริ่มต้นโครงการครั้งแรกในปี 2561 มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 2,424 ราย และมีเอสเอ็มอีสุดแกร่งที่ได้รับรางวัลทุนวิจัยจากธนาคารไปแล้ว 8 ราย ธนาคารกสิกรไทยจึงเดินหน้าโครงการ K SME Good to Great ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยปีนี้จะมุ่งเน้นเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจผลิตอาหารและเครื่องสำอาง และกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ ประมาณการณ์อัตราการเติบโตในปี 2562 ที่ 3.5%, 5.1% และ 2.8% ตามลำดับ โดยปีนี้ธนาคารได้ร่วมกับ 8 พันธมิตร ประกอบด้วยหน่วยงานส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจและแพลตฟอร์มที่ตอบสนองการทำธุรกิจของเอสเอ็มอีในด้านต่าง ๆ ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), สมาคมผู้ค้าปลีกไทย, สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย, บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด, บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด, บริษัท พาณิชย์ดิจิทัล จำกัด, บริษัท ไอท้อปพลัส จำกัด และบริษัท ซอร์ทเอาท์ จำกัด ซึ่งจะร่วมมือกันช่วยพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอีที่ร่วมโครงการนี้ตลอดทั้งโครงการ โดยปีนี้จะจัดขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกสำหรับธุรกิจผลิตอาหารและเครื่องสำอาง และครั้งที่สองสำหรับธุรกิจค้าปลีก ในแต่ละครั้งจะมีกิจกรรมแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ

     1.งานสัมมนาให้ความรู้เทรนด์ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงประสบการณ์จากผู้ประกอบการในธุรกิจนั้นๆ

       2.แคมป์อบรมเชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในแต่ละด้าน เช่น พัฒนาผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงกระบวนการผลิต จับคู่ธุรกิจเข้าช่องทางจำหน่าย กลยุทธ์การจัดการธุรกิจค้าปลีกแบบ Omni Channel เพื่อไปสู่ธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ โดยแต่ละครั้งจะคัดเลือกผู้สมัครเพียง 50 รายเท่านั้น

      3.การให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวในการทำวิจัย พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี และจะมีเพียง 10 รายเท่านั้นจาก 2 โครงการที่จะได้รับคัดเลือก รับเงินรางวัลในการพัฒนาธุรกิจด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีรายละ 100,000 บาท ในส่วนของธุรกิจผลิตอาหารและเครื่องสำอางจะได้รับเงินทุนในการวิจัยธุรกิจจาก สกว. ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากโครงการ จะได้รับสิทธิ์พิจารณาเข้าช่องทางจัดจำหน่าย Central Food Hall, Tops, 24 catalog และ Shopat24.com อีกด้วย

     ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจเข้าร่วมโครงการ K SME Good to Great ธุรกิจผลิตอาหารและเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นโครงการแรกที่จัดขึ้น สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 21 เมษายน 2562 ที่เว็บไซต์ www.ksmegoodtogreat.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ K BIZ Contact Center โทร. 02-8888822

      นางสาวจิตราวิณี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้ธนาคารมีพันธมิตรหลากหลายองค์กรที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มงานให้ครบเครื่องมากยิ่งขึ้น เป็นองค์ความรู้ที่จะช่วยให้เอสเอ็มอีนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงพร้อมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยธนาคารพร้อมให้การสนับสนุน ส่งเสริมผู้ประกอบการในทุกมิติ รวมทั้งเป็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างเพื่อนผู้ประกอบการในธุรกิจเดียวกัน อันจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจได้

      รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ ด้านเครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่า เอสเอ็มอีจะต้องปรับตัวและเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่กําลังจะเกิดขึ้น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ ได้แก่ ความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจ คุณภาพของสินค้าต้องดี   รักษามาตรฐานการผลิต ใส่ใจที่เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ สร้างสินค้านวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และบริหารจัดการด้วยความเข้าใจ โครงการ K SME Good to Great นับเป็นโครงการที่ดีที่จะช่วยเอสเอ็มอีเพิ่มขีดความสามารถการทำธุรกิจ และต่อยอดผลิตภัณฑ์   ซึ่ง “นวัตกรรม” จะเป็นกุญแจหลักที่ผลักดันและเพิ่มขีดความสามารถเอสเอ็มอีในการแข่งขันไปสู่ระดับสากลได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนต่อไป

      นายมนตรี กนกพงศกร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริหารและจัดซื้อกลุ่มสินค้าอาหารบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เปิดเผยว่า การเข้าร่วมสนับสนุนโครงการ K SME Good to Great ครั้งนี้ ตอกย้ำแนวนโยบายกลุ่มเซ็นทรัลที่ต้องการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน ด้วยการสนับสนุนเอสเอ็มอีโดยทำหน้าที่เป็นช่องทางจัดจำหน่ายสินค้า และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านค้าปลีกต่าง ๆ เพื่อให้สินค้าของผู้ประกอบการรายย่อยเป็นที่ต้องการของตลาด โดยสินค้าที่สามารถวางจำหน่ายในซูเปอร์มารเก็ตของบริษัทได้นั้น ต้องผ่านมาตรฐานตามกฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่ใช้บริการสินเชื่อธนาคารกสิกรไทย จะได้รับสิทธิพิเศษจากบริษัท ยกเว้นค่าเปิดหน้าบัญชีและค่าแรกเข้าสินค้าใหม่ พร้อมแนะนำหลักการวางแผนการผลิต การบริหารต้นทุนและกำไร การส่งเสริมการขายและใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

     นายวีรวัฒน์ หงษ์สิทธิวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการโครงการ B2C e-Commerce บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทมีการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อรองรับการซื้อขายเชื่อมโยงทั้งออฟไลน์และออนไลน์มาโดยตลอด ได้แก่ การจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น การจำหน่ายผ่านแคทตาลอก ทีวีช้อปปิ้ง เว็บไซต์ คอลเซ็นเตอร์ และแอปพลิเคชัน บริษัทมีคลังจัดเก็บและการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีมากกว่า 10,000 สาขาทั่วประเทศ โดยมีระบบไอทีมาตรฐานสากลที่รองรับการทำงานแบบไร้รอยต่อ ดังนั้น ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จึงเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงออฟไลน์และออนไลน์ (O2O platform) ที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ให้ได้รับคำแนะนำเรื่องการพัฒนาให้เป็นที่ต้องการและสามารถเข้าถึงช่องทางเพื่อไปสู่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้

      นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการค้าปลีกไทยต้องเร่งปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการสื่อสารและการขายกับลูกค้าทางออนไลน์ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องพัฒนาเสริมไปกับการทำธุรกิจค้าปลีกแบบเดิม และไม่ต้องกังวลว่าธุรกิจค้าปลีกจะไปไม่รอด หากผู้ประกอบการพัฒนาปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถอยู่รอดต่อไปได้อย่างแน่นอน

      นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์ของโครงการ K SME Good to Great สอดคล้องกับแนวทางของสมาคมฯ ที่ให้ความสำคัญแก่การพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยที่ประตูการค้าเปิดกว้างทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ช่องทางการขายจะหลอมรวมกัน ไม่มีเส้นแบ่งแยกออนไลน์และออฟไลน์ ผู้บริโภคมีความคาดหวังที่สูงขึ้นต่อการบริการในทุก ๆ ช่องทางว่าจะได้รับบริการในรูปแบบที่เป็นหนึ่งเดียวกันไม่ว่าจะซื้อผ่านทางช่องทางใด สิ่งนี้นำมาซึ่งโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่ปรับตัวได้ทันและเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

      นายกัมพล ธนาปัญญาวรคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอท้อปพลัส จำกัด เปิดเผยว่า ข้อมูลเป็นทรัพยากรสำคัญประการหนึ่งที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม ต้องอาศัยความรู้ในเชิงเทคนิคช่วยในการบริหารจัดการ การจัดเก็บข้อมูลที่ดี การวิเคราะห์ข้อมูลที่มีคุณภาพ และการแสดงผลที่สื่อสารตรงจุดจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินได้ว่าธุรกิจกำลังเติบโตหรือถดถอย ส่วนไหนของธุรกิจที่ดีขึ้น ส่วนไหนที่ต้องแก้ไข หรือแสดงให้เห็นโอกาสในการขยายธุรกิจได้ ทั้งนี้ การนำข้อมูลมาช่วยในการตัดสินใจจะสะท้อนความเป็นจริงได้ชัดเจนกว่าการใช้ความคิดเห็นหรือความรู้สึก ดังนั้น ภายใต้โครงการนี้ ไอท้อปพลัส จะร่วมแบ่งปันความรู้ให้ผู้ประกอบการเข้าใจเทคนิคการจัดการข้อมูลทั้งกระบวนการ

       นางสาววณิชชา วรรคาวิสันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาณิชย์ดิจิทัล จำกัด เจ้าของเพจ Digitory เปิดเผยว่า องค์ความรู้สำคัญประการหนึ่งที่เอสเอ็มอีจะได้จากโครงการนี้ คือ การทำการตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งในการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน การขาดความรู้ความเข้าใจในการเลือกใช้เครื่องมือทำการตลาดออนไลน์อาจจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง เพราะฉะนั้น บริษัทฯมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเอสเอ็มอีเข้าใจกระบวนการทำการตลาดออนไลน์ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงการใช้เครื่องมืออย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

       นายสวภพ ท้วมแสง กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซอร์ทเอาท์ จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อการขายมีโอกาสและช่องทางมากขึ้น การบริหารจัดการข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการดำเนินธุรกิจ เพราะทำให้เราสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์และตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ สำหรับเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการจะได้ตัวช่วยในการทำธุรกิจ อย่างครบถ้วนตั้งแต่การติดต่อกับลูกค้าไปจนถึงการปิดการขาย ทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการได้อย่างง่ายดาย

 

KBank teams up with eight partners to launch 2nd K SME Good to Great

Nurture growth of food manufacturing, cosmetics and retail businesses with THB1-million prize money up for grabs

       KBank gears up for the second-year K SME Good to Great project to promote food manufacturing, cosmetics and retail businesses. The event features business courses, seminars, business boot camps and one-on-one advisory service. The strongest 10 participants will receive prize money for innovation and technology development worth THB1 million in total from KBank in addition to other privileges from the program partners.

        Ms.Chitravinee Vannakorn, KBank First Senior Vice President, said that KBank organizes K SME Good to Great to nurture the growth of potential entrepreneurs by encouraging them to adopt innovation and technology to add value to and strengthen their business operations in every aspect.   K SME Good to Great commenced in 2018 with 2,424 applicants and eight strongest SME entrepreneurs receiving research and development funds from KBank. This year, the 2nd SME Good to Great campaign focuses on food manufacturing, cosmetics and retail sectors, which are important to the country’s economic prosperity with estimated growth rates in 2019 of 3.5, 5.1 and 2.8 percent, respectively. This year, KBank teams up with eight partners from business development promotion agencies and online platforms for SME businesses, including Thailand Research Fund, Thai Retailers Association, Thai e-Commerce Association, Central Food Retail Company Limited, 24 Shopping Company Limited, Panit Digital Co., Ltd., iTopPlus Company Limited and Zortout Company Limited to help improve capacity of SMEs throughout the program. K SME Good to Great will be held twice in 2019, the first one focuses on food manufacturing and cosmetics and the second one on retail business. Each includes three types of activities:

       1.Seminar to provide knowledge about business trends locally and overseas and share experiences of operators in each industry.

       2.Entrepreneur boot camps featuring gurus in each filed, namely, product development, production process improvement, business matching to access distribution channels and omni channel to enter the new age of retailing. Only 50 participants will be selected for each boot camp.

     3.One-on-one advisory service to guide SMEs on research and development to improve their innovation and technology. Only 10 business operators from the two groups will be selected and each will be given THB100,000 prize for developing innovation and technology. SMEs engaging in food manufacturing and cosmetics will receive the funding from Thailand Development Fund to finance their business research. Additionally, the end-products which have been developed from the project may be selected by Central Food Hall, Tops, 24Catalog and Shopat24.com for sales on their distribution channels.

     Entrepreneurs interested in participating in K SME Good to Great in food manufacturing and cosmetics can find additional information and submit the application from today until April 21, 2019 at www.ksmegoodtogreat.com or K BIZ Contact Center, tel. 02-8888822.

      Ms.Chitravinee added that this year, KBank and our partners from various organizations will join forces in this program with the aim of equipping SME entrepreneurs with knowledge beneficial to their business operations. With the use of innovative technologies, they will gain the upper hand for sustainable growth. KBank is always ready to provide them support in every dimension. The program will also serve as a networking forum among SME operators for strengthening their businesses.

      Assoc.Prof.Pongpan Kaewtatip, D. Eng., Deputy Director of Research and Innovation Management Organizations Network and Acting Director of Industry Division, The Thailand Research Fund (TRF), said that SME entrepreneurs must adjust themselves and brace for the changing economic situation. Key factors for success include determination in doing business, product quality, production standards, continuous learning, and ongoing development of innovative products, as well as effective management. The K SME Good to Great program will boost SME business capabilities, especially by creating new products. Innovation is thus essential for bolstering their global competitiveness in a sustainable manner.

       Mr.Montree Kanokpongsakorn, Assistant Vice President – Food, Central Food Retail Company Limited, said that its support of the K SME Good to Great program reflects Central Group’s intention to create sustainable communities, especially through support granted to Thai farmers, business operators and SMEs. The company acts as a distribution channel and provides retail business knowledge to participating SMEs to ensure that their products are marketable. The quality of products sold at the company’s supermarkets must meet the standards prescribed by law. SMEs using KBank loan services are entitled to special privileges from the company, i.e., exemption of account opening and entrance fees, together with advice on product planning, cost and profit management, sales promotion, and effective budgeting.

      Mr.Veerawat Hongsitthiwong, Assistant Vice President, B2C e-Commerce, 24 Shopping Co., Ltd. said that the company has developed an online-to-offline e-commerce or O2O platform to draw potential online shoppers to make purchases at physical stores. The company’s products are sold through 7-Eleven stores, catalogues, TV shopping, websites, call centers, and smartphone apps. In addition to the company’s warehouses and distribution centers across the country, especially through more than 10,000 7-Eleven outlets, it uses a world-class IT system which allows it to provide a frictionless customer experience. As a result, the company will offer assistance to participating SMEs through advice on product development and how to make their products available to target groups.

        Mr.Worawoot Ounjai, President of the Thai Retailers Association, said that Thai retailers must make quick adjustments, especially towards communications and sales with their customers through online channels while conducting traditional retail trade. They do not have to worry that their retail businesses will not survive if they have made steady improvements.

       Mr.Thanawat Malabuppa, President of the Thai E-Commerce Association, revealed that the objective of the K SME Good to Great project is in alignment with guidelines of our Association in that it attaches importance to continuous business development for SMEs, especially during the era in which opportunities are endless for online and offline businesses while sales channels are integrated and there is no border between online and offline channels. In addition, consumers have more expectation towards services offered through any channel, thus offering opportunities for SMEs that have already made adjustments and adopted the “consumer centricity” approach.

        Mr.Kampol Tanapanyawarakun, CEO of iTopPlus Co., Ltd., said that data is an important resource that businesses should not be overlooked. They also require sound technical knowledge for data management and collection. An analysis on good quality data and providing precise results will likely allow SMEs to assess whether their businesses are growing or decelerating or which parts of their businesses have improved and need to be addressed or showing opportunities for business expansion. Therefore, the use of dada to aid in decision making will give better results than using opinions or feeling. Under this project, ITOPPLUS is keen to share its knowledge on data management techniques to SMEs.

       Ms.Vanitcha Wankawisant, CEO, Panit Digital Co., Ltd., an owner of Digitory web page, stated that an important knowledge that SMEs under this project will receive is how to conduct efficient online marketing because it is imperative for doing business in this era. The lack of understanding on choosing online marketing tools may not give SME the anticipated results, so we are pleased to be a partner of this project in order to assist SMEs to understand online marketing process from the start and use online marketing tools for maximum efficiency.

       Mr.Sawapop Tuamsang, CEO and Co-Founder, ZORTOUTCo., Ltd., revealed that when sales offer more opportunities and channels, data management becomes extremely important for businesses because it allows us to make decision more efficiently. SMEs participating in this project will be given complete business tools right from customer contact to closing the sales, thus making it easier for them to manage their businesses.