Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
DBSบล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน
 
ติดตาม ECB ลดดอกเบี้ย ส่งออกไทย มิ.ย.ไม่สดใส
• หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : TKN (จากถือเป็นซื้อ)
ภาวะตลาดและปัจจัย : SET วานนี้ -7.52 จุด ปิดที่ 1727.58 จุด มูลค่าการการซื้อขายปานกลางที่ 59.3 พันล้านบาท ดัชนีฯลดสอดคล้องกับเพื่อนบ้าน ปัจจัยลบคือ เริ่มกังวลเฟดลดดอกเบี้ยแค่ 0.25% จากที่คาด 0.50% งบ 2Q62 กำไรกลุ่มแบ็งค์อ่อนตามคาด NPLs กลับมาใหม่เพิ่ม แต่มี write-off ช่วย บาทอ่อนค่า ผู้ซื้อสุทธิคือ ต่างชาติ 2.2 พันล้านบาท ซื้อเล็กน้อยคือโบรกเกอร์-รายย่อย ขายสุทธิรายเดียวเป็นสถาบัน 3.5 พันล้านบาท ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันต่างชาติเป็นซื้อสุทธิเพิ่ม 61.6พันล้านบาท ด้านแนวโน้มตลาดและกลยุทธ์วันนี้คือ
# ปัจจัยสำคัญ: ติดตาม ECB จะมีการประชุมพฤหัส และจะลดอัตราดอกเบี้ยเลยหรือไม่ หรือรอไป ก.ย.62 หากลดจะเป็นบวก ปัจจัยบวกคือ การหลีกหนีภาวะShut Down สหรัฐเป็นไปได้มากขึ้น หลังจะเพิ่มเพดานหนี้ ราคาน้ำมันยังปรับขึ้นดี ดัชนีความกังวลลดลงเป็น 13.53 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยลบคือส่งออกไทย มิ.ย. -2.15% หากไม่นับทองคำ ยังเป็นลบสูงราว -8% เงินบาทอ่อน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรา 10 ปีสหรัฐเพิ่มเป็น 2.0595% อาจมีเงินไหลออกมากขึ้น ติดตามผลประกอบการ 2Q62 และนโยบายรัฐบาลใหม่
# ระยะสั้นคาด SET มีโอกาส Sideways กลยุทธ์ คือ การเก็งกำไร เข้าไว-ออกไว เพราะยังวางใจไม่ได้ แนวต้านเป็น 1730-1740 จุด แนวรับที่ 1710-1700จุด สำหรับการลงทุนทยอยซื้อสะสม เป้าหมายดัชนีระยะยาวเป็น 1750 จุด ด้วย P/E ที่ 17.4 เท่า (Median+1 SD) หลังจัดตั้งครม.ประยุทธ์ 2 สำเร็จ มีโอกาสจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แถลงนโยบาย 25 ก.ค.นี้ กลุ่มหลักทรัพย์ที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แนะนำ ซื้อเก็งกำไรดังนี้ พาณิชย์- CPALL, BJCรับเหมาก่อสร้าง- CK, STEC,SEAFCO นิคมฯ-AMATA, ROJNA, WHA ท่องเที่ยว- MINT ขนส่ง AOT สื่อสาร- ADVANC,JAS ไฟแนนซ์- KKP, MTC, TISCO,TCAP และสื่อ- VGI
# Stock Pick Today : TKN เพิ่มคำแนะนำจาก ถือ เป็นซื้อ ราคาพื้นฐานขยับขึ้นเป็น 12.00 บาท หลังเลื่อนไปใช้ประมาณการปี 63 แทนปี 62 ปัจจัยบวกคือ คาดว่ากำไรหลัก 2Q62 ฟื้นตัวขึ้น q-o-q ถึง 45% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น ซึ่งวัตถุดิบสาหร่ายถูกลง และได้ประโยชน์ Economy of Scales แม้เทียบ y-o-y กำไรยังลดเพราะต้นทุนและค่าใช้จ่ายการตลาดที่สูง ส่วน 2H62 มีโมเมนตัมกำไรที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง สำหรับคาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรหลักปีนี้และปีหน้า y-o-y อยู่ในเกณฑ์ดีเป็น +11%/+20% ตามลำดับ
 
การวิเคราะห์ทางเทคนิค : ระยะสั้น สัญญาณ Candlestick & Indicators วกกลับมาเป็นลบอีกครั้ง {“ปิดลบ”ใต้“SMA10วัน”อีกครั้ง (โดยยังถูกกดดันจาก “สภาวะ Overbought”(เดิม)ที่มีระดับนัยสำคัญ และ“โครงสร้างขาลง – ระยะกลาง”)} ชี้ความน่าจะเป็นของตลาดฯวันนี้“แกว่ง”แบบให้น้ำหนักกับการลง แต่“ค่าบวก”(ถ้ามี) จะทำให้มีรีบาวด์ฯสั้นๆก่อน(แล้วจึงลงต่ำ,ตามมา)ได้ แนวต้าน 1735 – 1740 จุด {แนวตัดขาดทุน “ต่ำกว่า 1725” (แนวรับย่อย “1710 /1700” จุด)}
สำหรับหุ้นที่มีโอกาสทำ New High เข้ามาใหม่คือ KTB,TOP,PTTEP,RPH,III,VNT หุ้นที่ยังอยู่ในลิสต์ คือ NOBLE,RJH,NER,BAFS,COM7,JMT,WHA,GUNKUL,BJC,TQM หุ้นที่หลุดลิสต์ คือ DTAC,RATCH,SCCC,MINT หุ้นที่ควร Take Profit คือ ECL
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์ : สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
 
Inside Story
Key Drivers TODAY : ปัจจัยต่างประเทศ / ปัจจัยในประเทศ
Company Guide : TKN(ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 12.00)
IRPC (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 5.30)
TMB (ถือ -ราคาพื้นฐาน 2.00)
Flash Note : JKN (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 12.30)
In The News : DIF(ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 18.40)
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ Modern Trade ต่ำสุดในรอบ 4 ไตรมาส
รมว.คลังให้สศค.ศึกษาเรื่องลดภาษีบุคคลธรรมดา 10%
ข่าวเด่นวันนี้
 
Key Drivers TODAY
ปัจจัยต่างประเทศ
+ สหรัฐ: ใกล้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับงบประมาณ ลดปัญหารัฐชำระหนี้ไม่ทันจนต้องชัตดาวน์
# ตลาดได้ปัจจัยหนุนจากรายงานที่ว่า ทำเนียบขาวและสมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสใกล้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับงบประมาณแล้ว ซึ่งจะทำให้มีการปรับเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐเป็นเวลา 2 ปี โดยขณะนี้ สมาชิกสภาคองเกรสและฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้มีการผ่านกฎหมายงบประมาณรายจ่ายฉบับใหม่ และเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ ก่อนที่สภาจะปิดสมัยประชุมภาคฤดูร้อนในวันที่ 26 ก.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาล (ชัตดาวน์) ครั้งใหม่
 
• ผลประกอบการหุ้น S&P : นักลงทุนจับตา 25% ประกาศสัปดาห์นี้
# นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยบริษัทจำนวนมากกว่า 25% ในดัชนี S&P 500 จะรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ แมคโดนัลด์ และโบอิ้ง รวมถึงบริษัทในกลุ่ม FANG ซึ่งได้แก่ เฟซบุ๊ก อเมซอน เน็ตฟลิกซ์และอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล
 
+/• ECB: ตลาดจับตาจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยพฤหัสนี้หรือไม่
# นักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อรอดูว่า ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ หรือจะรอจนถึงเดือนก.ย. พร้อมกับจับตาถ้อยแถลงของนายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB ภายหลังการประชุมดังกล่าว
 
+ ดาวโจนส์: ปรับขึ้น หลังเรื่องงบประมาณคลี่คลาย
# ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,171.90 จุด เพิ่มขึ้น 17.70 จุด หรือ +0.07% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่2,985.03 จุด เพิ่มขึ้น 8.42 จุด หรือ +0.28% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,204.14 จุด เพิ่มขึ้น 57.65 จุด หรือ +0.71%
# ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (22 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นำโดยหุ้นแอปเปิลซึ่งดีดตัวขึ้นกว่า 2% หลังจากมอร์แกน สแตนลีย์ ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้นแอปเปิล นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากข่าวที่ว่าทำเนียบขาวและสมาชิกสภาคองเกรสใกล้บรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้ รวมทั้งปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ 0.25% ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงเฟซบุ๊ก อัลฟาเบท และอเมซอนดอทคอม
 
+ น้ำมัน: ปรับขึ้น ผลจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง
# สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 59 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 56.22 ดอลลาร์/บาร์เรล
# สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 79 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ 63.26 ดอลลาร์/บาร์เรล
# สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (22 ก.ค.) ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย หลังเกิดเหตุการณ์อิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันของอังกฤษในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันดิบของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ในวันพรุ่งนี้
 
• ทองคำ: ปรับขึ้นเล็กน้อย หลังดอลลาร์แข็งค่า
# สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 20 เซนต์ หรือ 0.01% ปิดที่ 1,426.9ดอลลาร์/ออนซ์
# สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (22 ก.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม สัญญาทองคำขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ส่งผลให้ทองคำมีความน่าดึงดูดน้อยลง
 
• ปัจจัยที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้
# สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ค., ยอดขายบ้านมือสองเดือนมิ.ย., ดัชนีภาคการผลิตเดือนก.ค.จากเฟดริชมอนด์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนก.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือนก.ค.จากมาร์กิต, ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย. และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส2/2562
 
ปัจจัยในประเทศและข่าวหลักทรัพย์
- ภาวะการค้าไทย มิ.ย.62: การส่งออกหดตัว -2.15%
# พาณิชย์ เผยส่งออก มิ.ย. หดตัว -2.15% นำเข้าหดตัว -9.44% เกินดุลการค้า 3,212 ล้านเหรียญฯ ส่วนรอบ 6M62ส่งออกติดลบ 2.91% ส่วนการนำเข้าหดตัว -2.41% เกินดุล 3,943 ล้านเหรียญสหรัฐฯ(Aspen)
# ผลกระทบ: แม้ มิ.ย.62 ส่งออกติดลบน้อยลง เทียบ พ.ค.62 ที่ 5.79% ส่วนหนึ่งมาจากการส่งออกทองคำเพิ่มขึ้น ส่วนรอบ 6M61 ยังติดลบเพิ่มเป็น 2.91% เทียบกับรอบ 5M62 เป็น -2.7% ถือว่ายังไม่สดใส อันมีสาเหตุหลักคือ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนและจะเป็นแรงฉุดต่อ GDP ไทยที่ปีนี้คาดการณ์การเติบโตไว้ที่ระดับเพียง 3.0-3.5% สำหรับข้อดีที่มีอยู่บ้างคือ ในช่วงครึ่งหลังปีนี้บางเดือนการส่งออกจะกลับมาโตได้ เพราะฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในปี 61
 
+ ยอดจัดเก็บรายได้จากรัฐวิสาหกิจ 9 เดือนแรกปี 62 สูงกว่าเป้าหมาย
# สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เผยยอดจัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินจากรัฐวิสาหกิจ 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2562 (ต.ค.61-มิ.ย.62) มีจำนวน 149,335 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายจำนวน 15,503 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12% ตามเป้าหมาย
 
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์ : สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.