Thailand

หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

TRIS7 20ทริสเรทติ้ง เพิ่มอันดับเครดิตองค์กร & หุ้นกู้มีการค้ำประกันบางส่วน 'บ. พลังงานบริสุทธิ์' เป็น 'A'จาก'A-'  และคงอันดับเครดิตหุ้นกู้มีการค้ำประกัน ที่'AA'แนวโน้ม Stable

 

      ทริสเรทติ้ง ปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) เป็นระดับ 'A'จากระดับ 'A-' การปรับเพิ่มสะท้อนถึงสถานะเครดิตที่แข็งแกร่งขึ้นจากกระแสเงินสดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลการดำเนินงานที่น่าพอใจของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมของบริษัท

       ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งได้เพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้มีการค้ำประกันบางส่วนของบริษัทเป็นระดับ 'A'จากระดับ 'A-' ด้วยเช่นกัน และยังคงอันดับเครดิตหุ้นกู้มีการค้ำประกันที่ระดับ ‘AA’ เช่นเดิม ทั้งนี้ หุ้นกู้ทั้งหมดของบริษัทได้รับการค้ำประกันโดยธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับสากล (International Scale) ที่ระดับ ‘BBB+’ จาก S&P Global Ratings

       อันดับเครดิตของบริษัทสะท้อนถึงกระแสเงินสดที่มีขนาดใหญ่และมั่นคง จากพอร์ตการลงทุนในโรงไฟฟ้าต่าง ๆ รวมถึงผลการดำเนินงานที่สม่ำเสมอของโครงการโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ และสถานะทางการเงินที่จะดีขึ้นหลังจากการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าต่าง ๆ เสร็จสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามอันดับเครดิตถูกจำกัดด้วยโครงการผลิตแบตเตอรี่ซึ่งมีขนาดที่ใหญ่และมีความเสี่ยงในการพัฒนาที่สูง

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

กระแสเงินสดขนาดใหญ่และมั่นคงจากพอร์ตการลงทุน

       กระแสเงินสดที่แข็งแกร่งของบริษัทได้รับการสนับสนุนจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (Power Purchase Agreement -- PPA) กับผู้รับซื้อไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง ประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้าช่วยปิดความเสี่ยงด้านอุปสงค์ และได้ให้ส่วนเพิ่มของอัตราค่าไฟฟ้า (Adder) เป็นเวลา 10 ปีซึ่งจะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและอัตรากำไรให้อยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลานาน ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการที่ต่ำของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อความมั่นคงในการสร้างกระแสเงินสดอีกด้วย

      ทริสเรทติ้งมองว่าโครงการโรงไฟฟ้าต่าง ๆ จะยังคงเป็นแหล่งกระแสเงินสดของบริษัทเป็นระยะเวลานาน โดย ณ ปัจจุบัน โรงไฟฟ้าทั้งหมดของบริษัทได้ดำเนินการเชิงพาณิชย์ครบหมดแล้ว โดยกำลังการผลิตรวมของบริษัทเท่ากับ 664 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 4 โครงการกำลังการผลิต 278 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 2 โครงการกำลังผลิต 386 เมกะวัตต์

ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าที่น่าพึงพอใจ

       ผลการดำเนินงานที่มั่นคงของบริษัทนั้นได้รับการสนับสนุนจากการปฏิบัติงานที่เรียบง่ายของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วและอุปกรณ์ที่น่าเชื่อถือ ผลการดำเนินงานโดยรวมของโรงไฟฟ้าของบริษัทยังคงดีกว่าที่ทริสเรทติ้งคาดการณ์ไว้ประมาณ 6.4%

               ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดในปี 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 894 ล้านหน่วย คิดเป็นเพิ่มขึ้น 12.2% จาก 800 ล้านหน่วยในปี 2560 โดยเป็นปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ประมาณ 602 ล้านหน่วย และจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมหรือโครงการหาดกังหันจำนวน 292 ล้านหน่วย

กระแสเงินสดกำลังจะเพิ่มขึ้นจากโครงการหนุมาน

       การเริ่มต้นปฏิบัติการของโครงการหนุมานซึ่งมีกำลังการผลิตขนาด 260 เมกะวัตต์ จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กระแสเงินสดมีการเติบโตในช่วงปี 2562-2563 โดยโครงการนี้เป็นโรงงานไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทซึ่งมีกำลังการผลิตคิดเป็น 39% ของกำลังการผลิตทั้งหมด โดยโครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบในเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้กำลังการผลิตที่ดำเนินงานแล้วของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 64% เป็น 664 เมกะวัตต์ในปี 2562

       เมื่อโครงการหนุมานสามารถดำเนินงานได้เต็มปี ทริสเรทติ้งคาดว่าปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้รวมจากโรงไฟฟ้าทุกแห่งน่าจะมีจำนวนอย่างน้อย 1,400 ล้านหน่วยต่อปีในปี 2563 ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่ากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม ราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จากการลงทุนในโรงไฟฟ้าทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี

สถานะทางเครดิตมีความแข็งแกร่งมากขึ้น

       ในมุมมองของทริสเรทติ้ง ความเสี่ยงที่น่าเป็นห่วงในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องของโครงการหาดกังหันนั้นได้ลดความกังวลต่อความสามารถของบริษัทในการจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานลมดังกล่าว ในขณะที่ความเสี่ยงด้านการก่อสร้างของโครงการหนุมานก็สิ้นสุดลงเช่นกันหลังจากโครงการเริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว นอกจากนี้ สถานะทางเครดิตยังได้รับประโยชน์จากการความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นของแหล่งที่มาของผลกำไรและการกระจายตัวของพื้นที่ที่ของโครงการเหล่านั้นตั้งอยู่

       สถานะทางการเงินของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้น EBITDA ของบริษัทเติบโตเป็นประมาณ 7,200 ล้านบาทในปี 2561 จาก 4,100 ล้านบาทในปี 2558 โดยอัตราส่วนหนี้สินที่ปรับปรุงแล้วต่อ EBITDA ปรับตัวดีขึ้นโดยลดลงเหลือ 3.5 เท่าในปี 2561

ความพยายามในการลดความเสี่ยงในการพัฒนาโครงการแบตเตอรี่

     อันดับเครดิตยังคงถูกลดทอนจากความเสี่ยงในการพัฒนาโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดใหญ่ ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายที่กำลังการผลิต 50 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี การลงทุนดังกล่าวคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 100,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 4 เท่า ทริสเรทติ้งประเมินว่าธุรกิจการผลิตแบตเตอรี่นั้นมีความไม่แน่นอนสูง โดยความเสี่ยงหลักประกอบด้วย การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ใช้ ความเป็นไปได้ที่การแข่งขันจะรุนแรงยิ่งขึ้น และแนวโน้มราคาที่จะลดลงจากอุปทานใหม่ที่จะเกิดขึ้น

     อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ดำเนินการป้องกันหลายอย่างเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว อาทิ เช่น การเป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่ใช้ผลิตแบตเตอรี่ และการกระตุ้นความต้องการของแบตเตอรี่ผ่านการริเริ่มในหลายโครงการ เช่น โครงการรถยนต์ไฟฟ้า โครงการเรือด่วนไฟฟ้า การติดตั้งสถานีชาร์จ และการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่พ่วงด้วยแบตเตอรี่ในประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับความร่วมมือจาก Industrial Technology Research Institute จากไต้หวันอีกด้วย

               ทริสเรทติ้ง เชื่อว่า บริษัทจะค่อยๆ พัฒนาโรงงานผลิตแบตเตอรี่ทีละเฟส และจะหาพันธมิตรเพื่อสนับสนุนด้านเงินทุน การเริ่มต้นด้วยโรงงานขนาดเล็กจะช่วยลดผลกระทบจากความเสี่ยงของโครงการ ทั้งนี้ บริษัทวางแผนทดลองตลาดโดยเริ่มการผลิตแบตเตอรี่ในเฟสแรกด้วยกำลังการผลิต 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง โดยโรงงานดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2562

               สำหรับ ในระยะที่ 2 นั้น แผนการขยายตัวยังคงไม่แน่นอนเนื่องจากขึ้นอยู่กับความสำเร็จของเฟสแรก ทั้งนี้ บริษัทอาจจะแบ่งแผนการพัฒนาออกเป็นเฟสย่อย ๆ ในกรณีที่ความต้องการของแบตเตอรี่ในตลาดไม่เติบโตอย่างรวดเร็วตามที่คาดไว้

ยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่ดีได้

       การใช้เงินทุนในช่วงปี 2562-2563 จะประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายสำหรับการก่อสร้างโครงการหนุมานอีกประมาณ 4,000 ล้านบาทและโครงการใหม่อื่น ๆ ประมาณ 8,700 ล้านบาท โดยโครงการใหม่จะประกอบด้วยโรงงานผลิตแบตเตอรี่เฟสแรกจำนวน 4,000 ล้านบาท โรงงานผลิตกรีนดีเซลและสารเปลี่ยนสถานะ (Phase Change Material) จำนวน 1,000 ล้านบาท การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมแบตเตอรี่จำนวน 1,500 ล้านบาทและโครงการอื่น ๆ (เช่น รถยนต์ไฟฟ้า เรือด่วนไฟฟ้าและสถานีชาร์จ) รวมอีกประมาณ 2,200 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทจำเป็นต้องกู้ยืมเงินใหม่เพื่อใช้ทดแทนที่สินเชื่อจากผู้จำหน่ายอุปกรณ์ซึ่งถูกใช้สำหรับการพัฒนาโครงการหนุมานเมื่อปีที่แล้ว

         ทริสเรทติ้ง มองว่าการดำเนินงานที่มั่นคงของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยรองรับแผนการลงทุนของบริษัทได้ ถึงแม้ว่าจำนวนหนี้สินที่ปรับปรุงแล้วคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปี 2562 แต่ทริสเรทติ้งมองว่ากระแสเงินสดที่เติบโตอย่างรวดเร็วจะสามารถชดเชยความเสี่ยงดังกล่าว ซึ่งส่งผลทำให้บริษัทจะยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่ดีเอาไว้ได้ ทริสเรทติ้งยังคาดการณ์ว่าอัตราส่วนหนี้ที่ปรับปรุงแล้วต่อ EBITDA น่าจะเพิ่มขึ้นในปี 2562 ก่อนที่จะลดลงเป็น 3.5-4.0 เท่าในปี 2563 และ 2564

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน

  • • รายได้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นเป็น 18,000-20,000 ล้านบาทในปี 2563-2564 จาก 11,500 ล้านบาทในปี 2561 รายได้ของโครงการใหม่ที่รวมอยู่ในประมาณการได้แก่ โรงงานผลิตกรีนดีเซล และ PCM รวมถึงโรงงานผลิตแบตเตอรี่เฟสแรก
  • • EBITDA ทั้งหมดของบริษัทคาดว่าจะเติบโตเป็น 10,000 ล้านบาทในช่วงปี 2563-2564
  • • อัตรากำไร EBITDA จะอยู่ที่ 50%-60% ในช่วงปี 2562-2564
  • • อัตราการจ่ายเงินปันผลจะอยู่ที่ประมาณ 20%

แนวโน้มอันดับเครดิต

               แนวโน้มอันดับเครดิต 'Stable' หรือ 'คงที่'สะท้อนถึงความคาดหวังว่าธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมของบริษัทจะสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอตามที่วางแผนไว้ ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะตัดสินใจลงทุนในการพัฒนาโครงการผลิตแบตเตอรี่อย่างระมัดระวัง

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

        การปรับเพิ่มขึ้นของอันดับเครดิตนั้นค่อนข้างจำกัดในระยะกลาง เนื่องจากแรงกดดันจากการลงทุนขนาดใหญ่ในโรงงานผลิตแบตเตอรี่ อย่างไรก็ตาม โอกาสในการปรับอันดับเครดิตขึ้นอาจเกิดขึ้นได้ หากบริษัทสามารถขยายฐานของกระแสเงินสดได้อย่างมาก ในขณะที่ยังสามารถรักษาสถานะทางการเงินที่ดีไว้ได้ ในทางกลับกัน อันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงหากสถานะทางการเงินของบริษัทอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมาก ซึ่งอาจเกิดจากการลงทุนที่ใช้เงินกู้อย่างเกินตัวหรือการขาดทุนอย่างหนักอันเนื่องมาจากความผิดพลาดในการดำเนินโครงการใหม่ ๆ ของบริษัท

       อันดับเครดิตและแนวโน้มอันดับเครดิตของหุ้นกู้มีการค้ำประกันของบริษัทสะท้อนถึงคุณภาพเครดิตของผู้ค้ำประกันคือธนาคารไทยพาณิชย์ซึ่งได้รับอันดับเครดิตในระดับสากล (International Scale) ที่ระดับ “BBB+” ด้วยแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่” จาก S&P Global Ratings ส่วนอันดับเครดิตและแนวโน้มอันดับเครดิตของหุ้นกู้มีการค้ำประกันบางส่วนสะท้อนถึงคุณภาพเครดิตของทั้งผู้ค้ำประกันและบริษัทเองโดยอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพเครดิตของผู้ค้ำประกันหรือของบริษัทเอง

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงิน, 5 กันยายน 2561

- วิธีการจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป,  31 ตุลาคม 2550

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA)

อันดับเครดิตองค์กร:             A

อันดับเครดิตตราสารหนี้:

EA197A: หุ้นกู้มีการค้ำประกันบางส่วน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2562             A

EA207A: หุ้นกู้มีการค้ำประกัน 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2563           AA

EA217A: หุ้นกู้มีการค้ำประกัน 4,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564           AA

แนวโน้มอันดับเครดิต:           Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

ติดต่อ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

       บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2562 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้

        ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html