Thailand

หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

TRIS7 19ทริสเรทติ้ง ลดอันดับเครดิตองค์กร 'บ.เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป' เป็น 'BB-'จาก 'BB'และเปลี่ยนแนวโน้ม เป็น 'Negative'จาก 'Stable'

    ทริสเรทติ้ง ปรับลดอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็น'BB-' จาก 'BB' และปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทเป็น 'Negative' หรือ 'ลบ'จาก 'Stable' หรือ 'คงที่' โดยอันดับเครดิตที่ลดลงสะท้อนถึงผลประกอบการทางการเงินของบริษัทในปี 2561 ที่อ่อนแอกว่าคาดและคุณภาพสินทรัพย์ที่เสื่อมถอยลง โดยที่การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงอัตราการก่อหนี้ของบริษัทที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางด้านเครดิตของบริษัทยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างสูงจากการกระจุกตัวของสินเชื่อ ในขณะที่แหล่งเงินทุนที่จำกัดและกระแสเงินสดรับที่ไม่แน่นอนก็อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในระยะสั้นและเป็นอุปสรรคในการเติบโตของธุรกิจในระยะปานกลางได้

       แนวโน้มอันดับเครดิต 'Negative' หรือ 'ลบ' สะท้อนถึงการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าความเสี่ยงที่ผลประกอบการทางการเงินของบริษัทจะถดถอยลงในระยะ 12 เดือนข้างหน้าจะยังคงมีอยู่จากสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

การก่อหนี้ปรับตัวดีขึ้น

               ทริสเรทติ้ง คาดหมายว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจะลดลงในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงไปอยู่ที่ 2.9 เท่า ณ สิ้นปี 2560 และปี 2561 จาก 3.7 เท่า ณ สิ้นปี 2559 อันเป็นผลมาจากการลดลงอย่างมากของหนี้สินและการเพิ่มขึ้นของส่วนของผู้ถือหุ้นจากการสะสมผลกำไรที่แข็งแรงในปี 2559-2560 บริษัทได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางการเงินซึ่งต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไว้ไม่เกิน 6 เท่า ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ได้ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้าเนื่องจากการกู้ยืมมีแนวโน้มลดลง

ความสามารถในการทำกำไรน่าจะยังคงอ่อนแอ

       ในมุมมองของทริสเรทติ้งเห็นว่าความสามารถในการทำกำไรของบริษัทมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่องในอีก 2 ปีข้างหน้าโดยเป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจสินเชื่อซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ทริสเรทติ้งเชื่อว่าแหล่งเงินทุนที่จำกัดมีผลต่อการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อและอาจจะเพิ่มต้นทุนทางการเงิน ในขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอจะส่งผลกดดันต่อการรับรู้รายได้ของบริษัท กำไรสุทธิของบริษัทปรับลดลงเหลือ 62 ล้านบาทในปี 2561 จาก 243 ล้านบาทในปี 2560 หรือลดลง 75% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ดอกเบี้ยและการมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งเชื่อว่าโอกาสที่ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจะปรับดีขึ้นอย่างมากในระยะสั้นนั้นยังมีความเป็นไปได้ต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ

แหล่งเงินทุนที่ไม่กระจายตัว

               บริษัทมีความยืดหยุ่นทางการเงินในระดับที่ต่ำกว่าผู้ประกอบการรายอื่น ๆ เนื่องจากมีแหล่งเงินทุนที่จำกัด ในปัจจุบันบริษัทพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากฐานทุนและการออกหุ้นกู้และตั๋วแลกเงินให้แก่นักลงทุนกลุ่มเล็ก ๆ ผ่านการจัดสรรให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) เป็นหลัก ณ เดือนธันวาคม 2561 บริษัทมีหุ้นกู้คงค้างทั้งสิ้น 3.3 พันล้านบาทและมีตั๋วแลกเงินรวมกับเงินกู้ระยะสั้นจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกันรวม 418 ล้านบาท บริษัทไม่มีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น ๆ แต่อย่างใด ซึ่งสิ่งนี้อาจส่งผลให้บริษัทประสบกับปัญหาขาดสภาพคล่องหากหนี้ที่ครบกำหนดไม่ได้รับการชำระคืนจากการกู้ยืมใหม่ได้ทันตามกำหนดเวลา นอกจากนี้ ประเด็นดังกล่าวยังอาจจำกัดการเติบโตของสินเชื่อของบริษัทและทำให้มีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นในอนาคตอันใกล้ด้วย

การเติบโตของสินเชื่อที่จำกัด

     ทริสเรทติ้ง คาดว่าบริษัทจะเผชิญกับการเติบโตของสินเชื่อในอัตราที่ช้าลงในระยะ 3 ปีข้างหน้าจากการมีแหล่งเงินทุนที่จำกัด บริษัทมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อค่อนข้างคงที่มาตั้งแต่ปี 2561 หลังจากที่เติบโตลดลง 7.0% ในปี 2560 ณ เดือนธันวาคม 2561 สินเชื่อคงค้างของบริษัทมีขนาด 3.8 พันล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังอาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นเนื่องจากธุรกิจของบริษัทเป็นธุรกิจที่มีข้อจำกัดในการเข้ามาประกอบการที่ต่ำหากผู้ประกอบการรายอื่นมีความสนใจที่จะให้สินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัท

คุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอและการกระจุกตัวของสินเชื่อ

    ทริสเรทติ้ง เห็นว่าคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทมีความเปราะบางเนื่องจากคุณภาพเครดิตของลูกค้าที่อ่อนแอ ทั้งนี้ เนื่องจากลูกค้าของบริษัทเป็นกลุ่มที่มีปัญหาด้านสภาพคล่องในระยะสั้นและไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารได้ การกระจุกตัวของสินเชื่อทำให้ทริสเรทติ้งมีความกังวลต่อคุณภาพสินทรัพย์มากยิ่งขึ้น โดย ณ สิ้นปี 2561 ลูกค้ารายใหญ่ 5 รายแรกมีสัดส่วนถึงครึ่งหนึ่งของสินเชื่อคงค้างทั้งหมดของบริษัท ซึ่งหากเกิดการผิดนัดชำระหนี้จากลูกค้าเพียงไม่กี่รายก็สามารถทำให้บริษัทเผชิญกับความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูงขึ้นมาก ณ เดือนธันวาคม 2561 บริษัทมีลูกหนี้ 3 รายที่กลายเป็นลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งคิดเป็น 24% ของสินเชื่อคงค้างและกำลังอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อเรียกรับชำระคืนหนี้แก่บริษัท ทั้งนี้ ในกรณีที่ขั้นตอนทางกฎหมายในการบังคับหลักประกันและขายทอดตลาดต้องใช้เวลามากก็อาจส่งผลกระทบต่อการจัดการด้านสภาพคล่องของบริษัท

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน

  • อัตราการเติบโตของสินเชื่อโดยเฉลี่ยของบริษัทคาดว่าจะหดตัวลงในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า
  • อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทคาดว่าจะอยู่ในระดับประมาณ 1.3 เท่าในช่วงระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า
  • ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่ายโดยเฉลี่ยในระหว่างปี 2562-2564 จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2561

แนวโน้มอันดับเครดิต

     แนวโน้มอันดับเครดิต 'Negative' หรือ'ลบ'สะท้อนการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าความเสี่ยงที่ผลประกอบการทางการเงินของบริษัทจะถดถอยลงในอีก 12 เดือนข้างหน้าจะยังคงมีอยู่อันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

       แนวโน้มอันดับเครดิตอาจปรับเป็น 'Stable' หรือ 'คงที่' ได้หากผลประกอบการทางการเงินของบริษัทมีสัญญาณว่าจะมีเสถียรภาพในขณะที่ความเสี่ยงด้านแหล่งเงินทุนมีการจัดการที่ดีในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า อันดับเครดิตอาจปรับเพิ่มขึ้นได้หากผลประกอบการทางการเงินของบริษัทปรับดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยที่บริษัทสามารถกระจายพอร์ตสินเชื่อและแหล่งเงินทุนให้มากขึ้น ในทางกลับกัน ทริสเรทติ้งอาจปรับลดอันดับเครดิตลงหากผลกำไรและคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทยังคงเสื่อมถอยลงอย่างมากหรือสภาพคล่องมีสถานะที่อ่อนแอลง

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- การจัดอันดับเครดิตบริษัทให้สินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร, 7 พฤษภาคม 2561

บริษัท เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (ACAP)

อันดับเครดิตองค์กร:             BB-

แนวโน้มอันดับเครดิต:           Negative

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

           ติดต่อ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

          บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2562 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง

         ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html