Thailand

หมวดหมู่: วิเคราะห์-การเมือง

01 Cสมคิด

จะเอา เอกภาพ หรือเอา การแข่งขันกัน??...

       สาเหตุที่ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลผสมนำโดยพรรคพลังประชารัฐ ประสบปัญหาในการเจรจาตกลงกับพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้การเจรจาตกลงชะงักงัน ยืดเยื้อมานาน มาจากการที่พรรคพลังประชารัฐอยากได้เก้าอี้ รมว.เกษตร และ รมว.พาณิชย์ คืนจากพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่ในการเจรจารอบแรก แกนนำพรรคพลังประชารัฐดันไปตกปากรับคำจะมอบเก้าอี้ รมว.เกษตร และ รมว.พาณิชย์ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่เพราะนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อยากได้นั่งเก้าอี้ รมว.เกษตร หลังจากที่นายสมศักดิ์เคยประกาศในระหว่างหาเสียงเลือกตั้งว่าขอจองกระทรวงเกษตร โดยพูดถึงขนาดว่าเตรียมจองซื้อเฮลิคอปเตอร์ไว้บินตรวจงาน หากได้นั่งเก้าอี้ รมว.เกษตร หรือไม่ใช่เพราะนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประกาศในระหว่างหาเสียงเลือกตั้งและบอกกับข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ว่า จะกลับไปนั่งเก้าอี้ รมว.พาณิชย์อีกครั้ง เพราะนั่นเป็นเหตุผลในแง่ความต้องการส่วนตัวของทั้งสองคน

       แต่สาเหตุจริงมาจาก การที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และเป็นว่าที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ที่มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำ ต้องการให้เกิดเอกภาพในการทำงานระหว่างกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญต่างๆ จึงเห็นว่า พรรคพลังประชารัฐควรได้กระทรวงเศรษฐกิจหลักมาทำงาน เพื่อให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นเอกภาพไปในทิศทางเดียวกัน ไม่เกิดปัญหาต่างคนต่างทำ หรือเกิดความไม่ลงรอยกัน ซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจทำได้ยาก

      นายสมคิด มีหลักคิดและหลักการทำงานเน้นที่เอกภาพในการทำงานมาตั้งแต่ครั้งเป็นรองนายกฯในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ซึ่งทำให้การทำงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลทักษิณประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นเมื่อนายสมคิดมาเป็นแม่ทัพเศรษฐกิจให้กับรัฐบาล คสช. ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงนำหลักคิดและแนวทางการทำงานที่เน้นเอกภาพของทีม มาใช้ในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ อีกครั้ง โดยจัดวางตัวทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ด้วยตนเอง เพื่อให้ตนในฐานะรองนายกฯเศรษฐกิจสั่งขับเคลื่อนการทำงานด้านเศรษฐกิจได้อย่างมีเอกภาพและราบรื่น

     ดังนั้น ในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ นายสมคิดจึงต้องการให้กระทรวงเศรษฐกิจหลัก อันได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม รวมทั้งกระทรวงท่องเที่ยว และกระทรวงคมนาคม อยู่ภายใต้การดูแลของพรรคพลังประชารัฐ

    นายสมคิด มองในแง่การทำงาน ไม่ได้มองในแง่การเมือง ซึ่งพรรคการเมืองอื่นก็ล้วนหมายปองกระทรวงเศรษฐกิจเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการจัดตั้งรัฐบาลผสมครั้งนี้ ซึ่งพรรคร่วมมีอำนาจต่อรองสูงกว่าพรรคแกนนำ

     จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ก็ต้องจับตาดูกันในประเด็นที่ว่า พรรคพลังประชารัฐจะได้กระทรวงเศรษฐกิจสำคัญมาดูแลเองหรือไม่ ถ้าได้เก้าอี้ รมว.เกษตร และ รมว.พาณิชย์ คืนจากประชาธิปัตย์ หรือยิ่งถ้าได้กระทรวงคมนาคมคืนจากพรรคภูมิใจไทย เอกภาพในการทำงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐก็ถือว่าเต็มร้อยและเต็มมือ!! แต่ถ้าไม่ได้คืน ก็น่าเป็นห่วงว่า การทำงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่จะเป็นอย่างไร?

      อย่างไรก็ดี ในอีกแง่หนึ่ง หากกระทรวงเศรษฐกิจอยู่ในมือหลายพรรค ก็อาจส่งผลทำให้เกิดการแข่งขันกันทำงาน และสร้างผลงานระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ ก็อาจเป็นผลดีต่อประเทศและประชาชน และที่สำคัญเกิดการถ่วงดุลกัน? แต่ทัั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเสี่ยงกับความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในรัฐบาล

      ในข้อดีมีข้อเสีย ในข้อเสียมีข้อดีด้วยกันทั้งนั้น

       แบบไหนจะดีกว่ากัน ก็พิจารณากันดู ในภาวะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจและรอการแก้ปัญหาจากรัฐบาลใหม่อย่างเร่งด่วน!!??

                พูลเดช กรรณิการ์

                4 พฤษภาคม 2562

3

Click Donate Support Web

ais 790x90

GC 950x120

sme 720x90

banpu 720x90 new1 1