กรอบท่าทีการเจรจาและองค์ประกอบคณะผู้แทนของประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย สมัยที่ 17
กรอบท่าทีการเจรจาและองค์ประกอบคณะผู้แทนของประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย สมัยที่ 17

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ ดังนี้
1. เห็นชอบกรอบท่าทีการเจรจาของไทยสำหรับเป็นกรอบในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย (การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ) สมัยที่ 17
2. รับทราบองค์ประกอบคณะผู้แทนของประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ สมัยที่ 17
สาระสำคัญของเรื่อง
1. สำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายได้แจ้งกำหนดการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ สมัยที่ 17 และการประชุมคู่ขนานขององค์กรย่อยต่าง ๆ ในระหว่างวันที่ 17 - 28 สิงหาคม 2569 ประกอบด้วย
1.1 การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ สมัยที่ 17 (the 17th session of the Conference of the Parties: COP 17)
1.2 การประชุมคณะกรรมการทบทวนการดำเนินงานตามอนุสัญญาฯ สมัยที่ 24 (the 24th session of the Committee for the Review of the Implementation of the Convention: CRIC 24)
1.3 การประชุมคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สมัยที่ 17 (the 17th session of the Committee on Science and Technology: CST 17)
1.4 การประชุมผู้นำระดับสูง (High Level Segment)
2. การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาความร่วมมือและดำเนินงานตามอนุสัญญาฯ ให้มีประสิทธิภาพและมีความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมายความสำเร็จในการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย การป้องกันความเสื่อมโทรมของที่ดิน การบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้ง และแนวทางการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ เป็นฐาน (Nature-based solutions) ประเด็นการประชุมและเจรจาที่สําคัญ ได้แก่ การพัฒนาที่ยั่งยืนในบริบทที่เกี่ยวข้อง การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และแนวทางการดำเนินงานของอนุสัญญาฯ
3. กษ. แจ้งว่า การเข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ สมัยที่ 17 และการประชุมย่อยต่าง ๆ ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นกลไกหลักของการดำเนินงานอนุสัญญาฯ จะสามารถนำข้อตัดสินใจจากการประชุมดังกล่าวมาใช้ขับเคลื่อนงานอนุสัญญาฯ ภายในประเทศ เช่น การปรับปรุงรูปแบบการจัดทำรายงานแห่งชาติและแผนปฏิบัติการแห่งชาติ ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป้าหมายความสมดุลของการจัดการทรัพยากรที่ดิน รวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของการดำเนินการร่วมกันทั้งในระดับประเทศและระดับสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรลุข้อตกลงตามพันธกรณีของไทยในฐานะประเทศซึ่งได้รับผลกระทบด้วย
4. กรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) มีความเห็นสอดคล้องกันว่า กรอบท่าทีการเจรจาของไทยสำหรับการประชุมดังกล่าว มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดท่าทีของไทยตามประเด็นของอนุสัญญาฯ และไม่มีการจัดทำเอกสารที่เข้าข่ายเป็นสนธิสัญญาภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ หรือหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กรณีจึงไม่มีประเด็น ที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับการเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 11 สิงหาคม 2569
g17














