เลขาธิการ คปภ.ร่วมพิธีปิดหลักสูตร วปส. รุ่นที่ 13 ระดมความคิดผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน เสนอ 6 ผลงานวิชาการ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจประกันภัยไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง

Category: ประกัน
Published on Wednesday, 10 December 2025 09:59
Hits: 421
LINE it!
เลขาธิการ คปภ.ร่วมพิธีปิดหลักสูตร วปส. รุ่นที่ 13 ระดมความคิดผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน เสนอ 6 ผลงานวิชาการ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจประกันภัยไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง
0 Share

วปส13เลขาธิการ คปภ.ร่วมพิธีปิดหลักสูตร วปส. รุ่นที่ 13 ระดมความคิดผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน เสนอ 6 ผลงานวิชาการ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจประกันภัยไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง
       นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธีปิดการศึกษาอบรมหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 13 ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา จังหวัดเชียงใหม่ โดยปีนี้มีผู้เข้าร่วมอบรมซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคธุรกิจประกันภัย จำนวนรวมทั้งสิ้น 150 คน ถือเป็นรุ่นที่มีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมมากที่สุดนับตั้งแต่จัดตั้งหลักสูตร
     เลขาธิการ คปภ.กล่าวถึงความสำคัญของหลักสูตรว่า ตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนมุมมองแนวคิด และแบ่งปันประสบการณ์ต่าง ๆ ในชั้นเรียน พร้อมทั้งเข้าศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) ตลอดจนการจัดทำรายงานการศึกษากลุ่ม (Group Project : GP) ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยระดมความคิดและนำเสนอในรูปแบบรายงานวิชาการ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลและพัฒนาธุรกิจประกันภัยของประเทศ

     โดยเฉพาะในยุคที่อุตสาหกรรมต้องเผชิญความท้าทายในหลากหลายมิติทั้งการผันผวนของเศรษฐกิจ สังคม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติต่าง ๆ โรคอุบัติใหม่ และสังคมผู้สูงวัย เป็นต้น ทั้งนี้ ในการปิดหลักสูตรกำหนดให้ผู้เข้าร่วมอบรมนำเสนอผลงานการศึกษากลุ่ม Group Project : GP และตอบข้อซักถามแก่คณะอาจารย์ที่ปรึกษา ประกอบด้วยอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน คปภ. สำหรับรายงานวิชาการแบ่งเป็น 6 กลุ่ม 6 หัวข้อ ได้แก่
      กลุ่มที่ 1 หัวข้อ 'กลไกประกันภัยพิบัติไทยผ่านโมเดล AI-Driven ที่ยั่งยืน'ารจัดตั้งบริษัทรับประกันภัยต่อแห่งใหม่ ในชื่อ Company X ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารความเสี่ยงภัยพิบัติของประเทศ โดยมีโครงสร้างการบริหารความเสี่ยงแบบสี่ชั้น ชั้นแรก คือ บริษัทประกันภัยรับความเสี่ยงเบื้องต้นเอง ชั้นที่สอง คือ กองทุนรับต่อในประเทศ ชั้นที่สาม คือ การส่งต่อความเสี่ยงส่วนเกินไปยังบริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศ และชั้นสุดท้าย คือ การคุ้มครองจากภาครัฐสำหรับภัยพิบัติที่รุนแรง

       โดยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การขายกรมธรรม์ผ่านระบบดิจิทัล การใช้ข้อมูลจากดาวเทียมและ สถานีอุตุนิยมวิทยาในการประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแบบอัตโนมัติผ่านระบบพาราเมตริกที่อิงกับข้อมูลวัดได้จริง เช่น ปริมาณน้ำฝนหรือระดับน้ำ ซึ่งจะทำให้การจ่ายเงินชดเชยเสร็จภายในไม่กี่วันแทนที่จะต้องรอหลายเดือนเหมือนในระบบเดิม
      กลุ่มที่ 2 หัวข้อ 'การแลกเปลี่ยนและบูรณาการข้อมูลด้านสุขภาพและข้อมูลเชิงธุรกิจประกันภัย' การให้หน่วยงานรัฐ (สำนักงาน คปภ.) เป็นผู้นำในการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางที่จะเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วน ทั้งโรงพยาบาล คลินิกบริษัทประกันภัย และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยแพลตฟอร์มนี้จะต้องมีความปลอดภัยสูง ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด และมีมาตรฐานในการจัดเก็บข้อมูลที่ทุกหน่วยงานสามารถใช้ร่วมกันได้
     กลุ่มที่ 3 หัวข้อ 'สาเหตุของความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประกันภัยสุขภาพมาตรฐาน พร้อมแนวทางการสื่อสารเพื่อยกระดับความเข้าใจและสร้างความคุ้มครองอย่างยั่งยืน'การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดทำ Insurance Literacy Campaign เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันสุขภาพและสิทธิประโยชน์ที่กรมธรรม์ให้ความคุ้มครองให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม โดยมุ่งหวังที่ผู้เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองครอบคลุมอย่างเหมาะสมและสร้างความเชื่อมั่นในระบบประกันสุขภาพอย่างยั่งยืน
     กลุ่มที่ 4 หัวข้อ “แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพสำหรับกลุ่มที่มีประวัติด้านสุขภาพ (กรณีศึกษาโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดผิดปกติ)” แนวคิด คือ เปลี่ยนบทบาทบริษัทประกันจากผู้จ่ายค่าสินไหมไปเป็น พันธมิตรสุขภาพ โดยใช้โมเดลแบบไฮบริดที่สร้างสมดุลระหว่างการเข้าถึงอย่างเป็นธรรมและความยั่งยืนทางคณิตศาสตร์ประกันภัย รายงานเสนอให้นำผลิตภัณฑ์นี้เข้าสู่พื้นที่ทดลองนวัตกรรม ของสำนักงาน คปภ. เพื่อทดสอบและพิสูจน์แนวคิดการสร้างคุณค่าร่วม

     ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการปิดช่องว่างความคุ้มครองและยกระดับสุขภาวะของคนไทยอย่างยั่งยืน เสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรม Opportunity Health Insurance ซึ่งมีจุดเด่น 3 ประการ คือ เปิดรับผู้มีประวัติสุขภาพภายใต้เกณฑ์ที่ชัดเจน ใช้ระบบเบี้ยประกันแบบพลวัตที่เชื่อมกับ Health Score เพื่อมอบส่วนลดเบี้ยสูงสุด 30-35% สำหรับผู้ที่ดูแลสุขภาพได้ดี และสร้างแรงจูงใจผ่านเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมให้ผู้เอาประกันดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง
       กลุ่มที่ 5 หัวข้อ “แนวทางการยกระดับการบูรณาการ ESG ในธุรกิจประกันภัยเพื่อความยั่งยืน” การปรับกรอบกำกับดูแลจากเชิงรับเป็นเชิงรุกและตั้งอยู่บนผลลัพธ์ที่วัดได้ การพัฒนาตัวชี้วัด ESG ที่เหมาะสมกับบริบทประกันภัยในประเทศไทย การส่งเสริมการบูรณาการ ESG ในทุกกระบวนการหลัก การสร้างแพลตฟอร์มข้อมูล ESG ระดับอุตสาหกรรม การพัฒนาบุคลากรและระบบสนับสนุน และการส่งเสริมบทบาทสมาคมธุรกิจให้เป็น'Ecosystem Orchestrator' รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล มาตรฐาน และบุคลากร จะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้อุตสาหกรรมประกันภัยไทยก้าวสู่มาตรฐานสากลและมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป
      กลุ่มที่ 6 หัวข้อ 'การส่งเสริมและศึกษาความตระหนักรู้ของการทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ของรถจักรยานยนต์ในมหาวิทยาลัย'การวิจัยนี้มุ่งศึกษาปัญหาการไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ. ของรถจักรยานยนต์ในกลุ่มนิสิต นักศึกษา และบุคลากรในมหาวิทยาลัย โดยศึกษาต้นแบบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เพื่อส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้ความปลอดภัยทางถนนและสวัสดิการด้านประกันภัยให้แก่นักศึกษาและบุคลากร ในมหาวิทยาลัย 79 แห่ง

      โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย, การทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและรับมือกับอุบัติเหตุ รวมทั้งแนวทางทำความร่วมมือ MOU กับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ในการรณรงค์นักศึกษาและบุคลากรที่ขับรถจักรยานยนต์และรถจักรยานไฟฟ้าทุกคันใส่หมวกนิรภัยอย่างเคร่งครัด และส่งเสริมการทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) 100% ต่อไป
      ภายหลังจากรับฟังการนำเสนอรายงานการศึกษากลุ่ม คณะผู้บริหารสำนักงาน คปภ. และนักศึกษา วปส. รุ่นที่ 13 ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) โดยร่วมบริจาคเงิน สิ่งของอุปโภคบริโภค ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์จังหวัดเชียงใหม่
     สำนักงาน คปภ. ขอชื่นชมนักศึกษาหลักสูตร วปส. รุ่นที่ 13 ที่ได้ทุ่มเทความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ในการค้นคว้าและนำเสนอผลงานทางวิชาการ โดยทั้ง 6 เรื่องนั้นเป็นประเด็นที่ร่วมสมัย และจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมประกันภัยและประชาชนผู้เอาประกันภัยเป็นอย่างยิ่ง ผมเชื่อมั่นว่าทุกท่านจะทำหน้าที่เป็น Insurance Ambassador ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจด้านประกันภัยที่ถูกต้องสู่สังคม

     และผลงานวิชาการที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสุดยอดรายงานวิชาการดีเด่น และดีจะได้มีการนำเสนอในงานสัมมนาวิชาการ International Insurance Symposium 2025 ของสำนักงาน คปภ. ต่อไป

 

Click Donate Support Web 

SME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100ใจฟู720x100px