CKPower ติดทำเนียบหุ้น ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ตอกย้ำผลงาน ESG สม่ำเสมอ เดินหน้ากลยุทธ์ C-K-P ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน
CKPower ติดทำเนียบหุ้น ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ตอกย้ำผลงาน ESG สม่ำเสมอ เดินหน้ากลยุทธ์ C-K-P ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง ได้รับการคัดเลือกจากสถาบันไทยพัฒน์ให้เป็น 1 ใน 100 บริษัทในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ระหว่างปี 2565-2569 จากหลักทรัพย์จดทะเบียนจำนวน 931 หลักทรัพย์ สะท้อนผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG ที่โดดเด่นและสม่ำเสมอ
ในปีนี้ CKPower เป็น 1 ใน 7 บริษัทในกลุ่มธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภคที่ได้รับการคัดเลือกจากกลุ่มทรัพยากรจำนวน 72 หลักทรัพย์ สะท้อนการยอมรับต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี ความโปร่งใส การบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้าน ESG รวมถึงการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ
ในการนี้ นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับมอบประกาศนียบัตร'ESG100 Certificate'จาก ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธานกรรมการสถาบันไทยพัฒน์ ณ อาคารวิริยะถาวร กรุงเทพฯ
นายธนวัฒน์ กล่าวว่า การได้รับคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนถึงความต่อเนื่องของ CKPower ในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับผลการดำเนินงานทางการเงิน การกำกับดูแลกิจการที่ดี ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ และการบริหารจัดการด้าน ESG เพื่อสร้างความพร้อมต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและความท้าทายในอนาคต
CKPower ขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน C-K-P ซึ่งประกอบด้วย C-Clean Electricity: ไฟฟ้าสะอาด มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมดภายในปี 2586 และเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน มากกว่า 95% ภายในปีเดียวกัน, K–Kind Neighbor : เพื่อนบ้านที่ดี มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชน สังคม และผู้มีส่วนได้เสีย ควบคู่กับการเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ และ P–Partnership for Life : พันธมิตรที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการลงทุนและนวัตกรรม เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของภูมิภาค และสร้างคุณค่าในระยะยาวแก่ลูกค้าและผู้ถือหุ้น
ดร.พิพัฒน์ กล่าวว่า ในปี 2569 CKPower ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนถึงผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่โดดเด่นและสม่ำเสมอ ทั้งนี้ การประเมิน ESG100 ของสถาบันไทยพัฒน์ พิจารณาจากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ ควบคู่กับการวิเคราะห์ศักยภาพในการบริหารจัดการ
โอกาสและความเสี่ยงด้าน ESG ซึ่งมีผลต่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ CKPower ในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและสร้างคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างต่อเนื่อง
"CKPower ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน การยกระดับศักยภาพองค์กร และการประยุกต์ใช้นวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาวแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593"นายธนวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
เกี่ยวกับ'บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower'
บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ 3 ประเภท จำนวน 18 แห่ง รวมขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 3,640 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย (1) โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ภายใต้ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 46% (ถือผ่าน บริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 615 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ภายใต้ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 42.5% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์ และ โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง
ภายใต้ บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 50% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,460 เมกะวัตต์ (2) โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 2 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 65% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 238 เมกะวัตต์ และ (3) โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 13 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางเขนชัย จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 100% จำนวน 11 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 28 เมกะวัตต์ ภายใต้บริษัท นครราชสีมา โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์ และภายใต้บริษัท เชียงราย โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 8 เมกะวัตต์














