เอนี่เพย์ รวมพลังบริจาคโลหิต รับวันแม่แห่งชาติ 2569
เอนี่เพย์ รวมพลังบริจาคโลหิต รับวันแม่แห่งชาติ 2569
ร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้… สู่สังคมอย่างยั่งยืน

ท่ามกลางความต้องการโลหิตสำรองที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆทั้งผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ผู้ประสบอุบัติเหตุ รวมถึงผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน การมีปริมาณโลหิตสำรองที่เพียงพอถือเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยในทุกวัน ขณะที่โลหิตไม่สามารถผลิตหรือทดแทนได้ การได้รับโลหิตจากผู้บริจาคจึงเป็นความหวังสำคัญของผู้ป่วยนับไม่ถ้วนที่กำลังรอคอยโอกาสในการรักษา เพราะ "การให้เลือด= การให้ชีวิต"และทุกหยดโลหิตที่ได้รับ ล้วนมีคุณค่าในการต่อชีวิตและสร้างความหวังให้แก่ผู้ป่วยอีกหลายชีวิต
ด้วยเหตุนี้ การบริจาคโลหิตจึงไม่ได้เป็นเพียงการเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์ แต่เป็นการมอบโอกาสในการมีชีวิต เป็นการแบ่งปันที่มีคุณค่า และสะท้อนพลังแห่งการให้ที่ทุกภาคส่วนสามารถร่วมกันสร้างได้ โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เป็นการสร้างคุณค่าควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมเติมเต็มคลังโลหิตของประเทศ เพื่อให้ทุกชีวิตที่รอยังคงมีโอกาสได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการณรงค์บริจาคโลหิต พร้อมส่งต่อความรักและความห่วงใย เนื่องในวันแม่แห่งชาติบริษัท เอนี่เพย์ จำกัดผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการฟินเทค (Fintech) ด้านระบบรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยและมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง นำโดยดร.ศศมน มันทะเลประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และนายสุรชัย ขจรกิจสิริประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน จัดกิจกรรม"เอนี่เพย์ รวมพลังบริจาคโลหิต รับวันแม่แห่งชาติ 2569"ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ เพื่อร่วมเพิ่มปริมาณโลหิตสำรองสำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วประเทศ และปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการเป็น "ผู้ให้" ให้เกิดขึ้นในองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี นางสาวปิยนันท์ คุ้มครอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านจัดหาโลหิตและภาพลักษณ์องค์กร และ ภก.ดร.นรินทร์ กิจเกรียงไกรกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านบริหารศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ให้การต้อนรับพร้อมร่วมเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตเพื่อเพิ่มปริมาณโลหิตสำรองให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ

นางสาวปิยนันท์ คุ้มครองผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านจัดหาโลหิตและภาพลักษณ์องค์กร ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ปัจจุบันศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติยังคงมีความต้องการโลหิตจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ เนื่องจากมีการใช้โลหิตทุกวัน ทั้งในผู้ป่วยโรคเลือด ผู้ป่วยผ่าตัด ผู้ประสบอุบัติเหตุ รวมถึงผู้ป่วยฉุกเฉิน ในภาวะปกติ ประเทศไทยจำเป็นต้องมีโลหิตบริจาคมากกว่า
200,000 ยูนิตต่อเดือน เพื่อให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ และจากช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โรงพยาบาลทั่วประเทศมีการขอเบิกใช้โลหิตจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติเฉลี่ยวันละ 8,500 ยูนิต แต่สามารถจ่ายโลหิตได้เพียงเฉลี่ยวันละ 3,500 ยูนิตเท่านั้น หรือคิดเป็นร้อยละ 41 เท่านั้น การที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมกันบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ จึงมีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านโลหิตของประเทศพร้อมทั้งขอขอบคุณบริษัท เอนี่เพย์ จำกัด ที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมเพื่อสังคม และจัดกิจกรรมเชิญชวนผู้บริหารและพนักงานร่วมบริจาคโลหิตอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มปริมาณโลหิตสำรองแล้วยังเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างวัฒนธรรมแห่งการให้ในองค์กรอีกด้วย

ตลอดเดือนสิงหาคม ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ บริจาคโลหิตน้อมถวายเป็นพระราชกุศล ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ เพื่อสำรองโลหิตคงคลังให้เพียงพอต่อการช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วประเทศ โดยสามารถบริจาคโลหิตทั่วประเทศได้ที่
ทางด้าน ดร.ศศมน มันทะเลประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอนี่เพย์ จำกัด กล่าวว่า เราเชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจที่ยั่งยืนต้องควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้กับสังคม กิจกรรม "เอนี่เพย์ รวมพลังบริจาคโลหิต” รับวันแม่แห่งชาติ 2569 จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสังคม แต่เป็นการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรแห่งการแบ่งปัน และส่งเสริมให้พนักงานเห็นคุณค่าของการเสียสละเพื่อผู้อื่นเพราะการบริจาคโลหิตเป็นการให้ที่ประเมินค่าไม่ได้ทุกหยดโลหิตล้วนมีความหมายและสามารถส่งต่อโอกาสในการช่วยชีวิตผู้ป่วยได้เราจึงมุ่งมั่นร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังของภาคธุรกิจในการสนับสนุนการจัดหาโลหิตสำรองให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่าแก่ชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน
กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของภาคธุรกิจที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงิน แต่ยังมุ่งสร้างคุณค่าให้แก่สังคมผ่านกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ที่เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วม โดยเฉพาะในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการส่งต่อความรักความห่วงใยและการแบ่งปันเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการขับเคลื่อนจิตอาสาและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคโลหิตได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และหน่วยรับบริจาคโลหิตทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร. 0 2256 4300, 0 2263 9600-99 ต่อ 1101, 1760 และ 1761 หรือเว็บไซต์https://thaibloodcentre.redcross.or.th/
๗














