เอชเอสบีซี มูลนิธิคีนัน และEECO เปิดตัวโครงการ ‘MoneyWise in EEC’
เอชเอสบีซี มูลนิธิคีนัน และEECO เปิดตัวโครงการ ‘MoneyWise in EEC’
ยกระดับความรู้ทางการเงินและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับแรงงานในพื้นที่EEC
รับกระแสเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายจอร์โจ กัมบา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย(กลาง)ดร. จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)(ซ้าย) และ ดร. วิมลกานต์ โกสุมาศ ประธานอำนวยการและรักษาการผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย (ขวา)
ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย (HSBC Thailand) ร่วมกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย (Kenan Foundation Asia) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EECO) ประกาศเปิดตัวโครงการ “MoneyWise in EEC: Building Financial Resilience & Cyber Security for Factory Workers” มุ่งเสริมสร้างความรู้ทางการเงินและภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้แก่กลุ่มแรงงานภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลผลิตมวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยอยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 85.9 ซึ่งเป็นความท้าทายที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของแรงงานและประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจ ข้อมูลระดับโลกระบุว่า ความเครียดทางการเงินส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน เทียบเท่ากับเวลาเฉลี่ยถึง 7 ชั่วโมงต่อพนักงาน 1 คนในแต่ละสัปดาห์ และก่อให้เกิดภาวะขาดสมาธิในการทำงานเพิ่มสูงถึง 5 เท่า ในทางกลับกัน โปรแกรมส่งเสริมสุขภาวะทางการเงินที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงานของพนักงานได้สูงสุดถึงร้อยละ 84 (อ้างอิงข้อมูลจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และรายงานจาก PwC)
ในขณะเดียวกันความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญเร่งด่วนภัยคุกคามทางออนไลน์ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไปแต่ได้ลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ระดับเศรษฐกิจและสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมิจฉาชีพอาศัยช่องโหว่จากแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ประชาชนใช้งานในชีวิตประจำวัน สภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC) ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ประเทศไทยพบการฉ้อโกงออนไลน์มากกว่า 170,000 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเกือบ 9 พันล้านบาท

ทิศทางการลงทุนที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตอกย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาขีดความสามารถและสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แก่ภาคแรงงานควบคู่กันไปข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนถึง 1,299 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 1.473 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ37เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกรวมถึงเขตEECมีมูลค่ารวมสูงถึง 4.96 แสนล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่แข็งแกร่งและเพิ่มมากขึ้นของนักลงทุนต่างชาติ (FDI) ในพื้นที่ดังกล่าว
ด้วยจำนวนแรงงานกว่า 1,023,351 คนในพื้นที่EEC (ข้อมูลปี 2568) การยกระดับผลิตภาพแรงงานจึงยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญ การสร้างแรงงานที่มีความมั่นคงทางการเงินและรู้เท่าทันภัยไซเบอร์จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยบนเวทีระดับโลก

นายจอร์โจ กัมบา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า "ในฐานะธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของประเทศ และธนาคารระหว่างประเทศยอดเยี่ยมของไทย 6 ปีซ้อนจากเวที FinanceAsia(ไฟแนนซ์เอเชีย)เอชเอสบีซีมีความมุ่งมั่นระยะยาวในการสนับสนุนเศรษฐกิจประชาชนและชุมชนในประเทศไทย นับตั้งแต่เราได้ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสกพอ. (EECO)ในปี2568เราได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมและโรดโชว์ดึงดูดการลงทุนในตลาดสำคัญอย่างจีนแผ่นดินใหญ่ ตลอดจนร่วมจัดงานเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ อาทิ งานสัมมนาดาต้าเซ็นเตอร์ในปี 2568 และงานเสวนา HSBC’s Thailand Direct PPA Roundtable ในปี 2569 เพื่อส่งเสริมให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมมูลค่าสูง"
"โครงการ ‘MoneyWise in EEC’ ถือเป็นก้าวสำคัญลำดับถัดไป ภายใต้ความร่วมมือกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซียและสพกอ.(EECO) เราตั้งเป้าที่จะเสริมศักยภาพให้แก่แรงงานภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่EECด้วยความรู้ทางการเงินและทักษะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนการเงินการบริหารจัดการหนี้ไปจนถึงการป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์ เพื่อให้พวกเขาสามารถปกป้องรายได้และใช้บริการทางการเงินดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ"
"เมื่อพนักงานมีความมั่นคงทางการเงินและรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ ย่อมส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมทั้งเสริมสร้างความพร้อมของกำลังแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกนำมาพิจารณา สำหรับในระยะนำร่อง โครงการนี้ตั้งเป้าเข้าถึงพนักงาน 400 คนผ่านเวิร์กชอปทั้งรูปแบบออนไซต์และไฮบริด เพื่อสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมให้คำแนะนำด้านการจัดการหนี้ การจัดทำงบประมาณสำหรับพนักงานที่ทำงานเป็นกะ วิธีป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพ และสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง" นายกัมบากล่าวเสริม

ดร. จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “นับตั้งแต่ที่EECO ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เชิงกลยุทธ์กับเอชเอสบีซีประเทศไทย เราได้เห็นอย่างชัดเจนว่านักลงทุนระดับโลกให้ความสำคัญกับคุณภาพของแรงงานในพื้นที่เป็นอย่างมากความร่วมมือกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซียและเครือข่ายพันธมิตรในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับพันธกิจเชิงกลยุทธ์ระหว่างEECและเอชเอสบีซีอย่างเป็นรูปธรรมเรากำลังยกระดับเป้าหมายให้ไกลกว่าแค่การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI)สู่การลงมือพัฒนาทุนมนุษย์ที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในEECซึ่งถือเป็นเสาหลักสำคัญในการเติมเต็มระบบนิเวศการลงทุนในEECให้สมบูรณ์เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่นักลงทุนทั่วโลก”

ดร. วิมลกานต์ โกสุมาศ ประธานอำนวยการและรักษาการผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย กล่าวว่า"การพัฒนาแรงงานต้องครอบคลุมทั้งทักษะทางวิชาชีพและทักษะชีวิตที่จำเป็น เราออกแบบโครงการนี้เพื่อให้ความรู้แก่พนักงาน ควบคู่ไปกับการสร้างผู้นำพนักงานในสถานประกอบการแนวทางนี้จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้และแบ่งปันความรู้อย่างต่อเนื่องภายในองค์กรนอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้นายจ้างให้ความสำคัญกับสุขภาวะทางการเงินของพนักงานในฐานะองค์ประกอบหลักของการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ"
"แรงงานภาคอุตสาหกรรมคือกำลังสำคัญของพื้นที่EEC การรู้เท่าทันวิธีจัดการหนี้สิน การสร้างเงินออมฉุกเฉิน และการระวังภัยหลอกลวงออนไลน์ จะช่วยให้พวกเขารับมือกับความท้าทายทางการเงินได้ดียิ่งขึ้น เมื่อพนักงานมีความมั่นคงทางการเงินและคลายความกังวลเรื่องหนี้สิน พวกเขาก็สามารถทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ในขณะเดียวกัน องค์กรธุรกิจก็จะได้แนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในการดูแลสวัสดิภาพของพนักงาน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืน (ESG) ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่ดี เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับเสถียรภาพทางการเงินและความปลอดภัยทางไซเบอร์ พร้อมสนับสนุนการเติบโตอย่างครอบคลุมในภูมิภาคEEC"
ความร่วมมือครั้งสำคัญภายใต้โครงการ “MoneyWise in EEC” นี้นับเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านทักษะที่จำเป็นให้กับแรงงานภาคอุตสาหกรรม โครงการนี้มุ่งสร้างความมั่นคงในระดับบุคคลและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของแรงงาน ซึ่งท้ายที่สุดจะช่วยยกระดับความพร้อมของกำลังคน และหากได้รับการขยายผลต่อไปในอนาคตผ่านความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ก็จะยิ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาคอุตสาหกรรมโดยรวม ตลอดจนวางรากฐานที่สำคัญสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งเขตEECและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว














