'สุริยะ'สั่งรับมือเอลนีโญล่วงหน้า!เร่งกักเก็บน้ำทั่วประเทศ ป้องกันทั้งน้ำท่วม-ภัยแล้ง มั่นใจน้ำพอถึงปีหน้า

Category: เกษตร
Published on Tuesday, 30 June 2026 10:47
Hits: 174

รับมือเอลนีโญ'สุริยะ'สั่งรับมือเอลนีโญล่วงหน้า!เร่งกักเก็บน้ำทั่วประเทศ ป้องกันทั้งน้ำท่วม-ภัยแล้ง มั่นใจน้ำพอถึงปีหน้า
      นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้กำชับให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เพื่อรองรับความเสี่ยงจากแนวโน้มปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่อาจส่งผลให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติในช่วงปลายปี 2569 โดยให้ความสำคัญกับการเก็บกักน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ การเกษตร และอุตสาหกรรม ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในช่วงฤดูฝน
      จากการติดตามข้อมูลสภาพอากาศ พบว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มเข้าสู่สภาวะเอลนีโญกำลังอ่อน และคาดว่าจะคงสภาวะดังกล่าวต่อเนื่องจนถึงช่วงต้นปี 2570 โดยมีโอกาสพัฒนาเป็นเอลนีโญกำลังแรงในช่วงปลายปี 2569 ซึ่งอาจทำให้ปริมาณฝนของประเทศใกล้เคียงหรือต่ำกว่าค่าปกติ จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝน น้ำท่า และปริมาณน้ำต้นทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินแนวโน้มล่วงหน้าและปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
       ปัจจุบัน (30 มิถุนายน 2569) ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน รายงานว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันกว่า 42,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯรวมกัน ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 34,600 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่เขื่อนหลัก 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 12,663 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 51 ของความจุอ่างรวมกัน ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้ และคาดการณ์ว่าต้นฤดูแล้งปี 2569/2570 จะมีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอต่อการสนับสนุนการใช้น้ำในทุกภาคส่วน
        ทั้งนี้ ได้กำชับให้กรมชลประทานดำเนินมาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ปี 2569 อย่างเข้มข้น โดยยึดหลัก'ต้นกัก กลางหน่วง ปลายระบาย'เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ควบคู่กับการทบทวนแผนการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝนให้ได้มากที่สุด สำหรับใช้เป็นน้ำต้นทุนรองรับฤดูแล้งหน้า
        นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากรสำหรับช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยทั่วประเทศ โดยกรมชลประทานได้เตรียมเครื่องจักรและอุปกรณ์รวม 5,732 หน่วย ประกอบด้วย เครื่องสูบน้ำ 1,914 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 367 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ 203 คัน และเครื่องจักรสนับสนุนอื่น ๆ อีก 3,248 หน่วย มีการตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทาน คันกั้นน้ำ และระบบระบายน้ำ ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เห็นชอบอย่างเคร่งครัด
       นายสุริยะฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมชลประทานจะเร่งสร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำและแนวโน้มสภาพอากาศแก่เกษตรกร กลุ่มผู้ใช้น้ำ และหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันวางแผนการใช้น้ำอย่างเหมาะสม พร้อมรณรงค์การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าตามหลัก 3R ได้แก่ Reduce, Reuse และ Recycle ตลอดจนส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยและการปรับแผนเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน
       "ขอให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด บูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบจากอุทกภัย ภัยแล้ง และความเสี่ยงจากเอลนีโญ พร้อมสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง"นายสุริยะฯ กล่าวในที่สุด

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100