พาณิชย์ ถกผู้ผลิตเม็ดพลาสติก-บรรจุภัณฑ์ เกาะติด 5 กลุ่ม สั่งรายงานสต็อก ราคา

Category: พาณิชย์
Published on Saturday, 25 April 2026 14:10
Hits: 336
LINE it!
พาณิชย์ ถกผู้ผลิตเม็ดพลาสติก-บรรจุภัณฑ์ เกาะติด 5 กลุ่ม สั่งรายงานสต็อก ราคา
0 Share

สั่งรายงานสต็อกพาณิชย์ ถกผู้ผลิตเม็ดพลาสติก-บรรจุภัณฑ์ เกาะติด 5 กลุ่ม สั่งรายงานสต็อก ราคา
     กรมการค้าภายประชุมผู้ผลิตเม็ดพลาสติก และผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์จากเม็ดพลาสติก ติดตามสถานการณ์การผลิต และสถานการณ์ด้านราคา กำหนด 5 กลุ่มกำกับดูแล เหตุมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ส่วนสินค้ามีเพียงพอ ใช้ได้ต่อเนื่องถึง มิ.ย.-ก.ค.69 ราคาผ่อนคลายลง แต่ยังผันผวน ขึ้นลงเร็ว สั่งผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรายงานสต็อก ราคา ทุกสัปดาห์ ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ทุก 15 วัน
      นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้เชิญผู้ผลิตเม็ดพลาสติก และผู้นำเม็ดพลาสติกไปผลิตเป็นสินค้าต่างๆ มาหารือสถานการณ์การผลิต ปริมาณสินค้า และสถานการณ์ราคา เพื่อติดตามดูว่าสินค้ามีเพียงพอหรือไม่ สถานการณ์ด้านราคาเป็นอย่างไร และมาตรการกำกับดูแลเหมาะสมหรือไม่ มีอะไรจะต้องปรับปรุง เพราะเม็ดพลาสติก เป็นสินค้าควบคุมรายการใหม่ ที่กรมได้เข้ามากำกับดูแลไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลน การกักตุน และบิดเบือนราคา ตามนโยบายที่ได้รับจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
     โดยในการหารือ ที่ประชุมได้มีการกำหนดกลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่จะเข้าไปกำกับดูแลออกเป็น 3 กลุ่ม เพราะเป็นสินค้าที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ได้แก่ 1.กล่องพลาสติก 2.ถุงแกงและถุงร้อน–เย็น 3.ถุงหูหิ้วและถุงพลาสติกทั่วไป 4.ถุงขยะ และ 5.ถุงบรรจุสินค้าเกษตร เช่น ถุงปุ๋ยและถุงกระสอบ ซึ่งเห็นตรงกันว่า การกำกับดูแลสินค้าทั้ง 5 กลุ่มนี้ ครอบคลุมสินค้าจำเป็นที่ประชาชนต้องใช้ถึง 40% ของสินค้าพลาสติกที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ถือว่าเหมาะสมกับสถานการณ์
      ส่วนสถานการณ์ด้านการผลิต สินค้ายังมีเพียงพอ และในเชิงปริมาณจะใช้ได้ต่อเนื่องถึงเดือน มิ.ย.-ก.ค.2569 และสถานการณ์ด้านราคา แม้ตอนนี้จะผ่อนคลายลง แต่ก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะราคามีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงรวดเร็ว จากสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่ยังมีปัญหาเปิดๆ ปิดๆ อยู่
      สำหรับ การกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย ต้องรายงานสต็อกและราคาต่อกรม ตามมาตรการสินค้าควบคุม กำหนดให้ผู้ผลิตเม็ดพลาสติก ที่มีผู้ผลิตจำนวนไม่มาก ต้องรายงานทุกสัปดาห์ กำหนดไว้วันพุธ และผู้ผลิตที่นำเม็ดพลาสติกไปผลิตเป็นสินค้า ที่มีจำนวน 468 ราย ต้องรายงานทุก 15 วัน โดยคาดว่าจะกำหนดให้ประมาณ 70% ของผู้ผลิตแต่ละกลุ่มสินค้า ต้องรายงาน ซึ่งจะทำให้กรมเห็นสถานการณ์เม็ดพลาสติกและสินค้าที่ทำจากเม็ดพลาสติก ทั้งปริมาณการผลิต สถานการณ์ราคา ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ทำให้สามารถเข้าไปกำกับดูแลไม่ให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด และราคาได้
       ทั้งนี้ กรมจะรวบรวมผลการหารือ และรายงานข้อมูลชุดแรก เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มีนางศุภจีเป็นประธาน และใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลให้สินค้าเพียงพอ ราคาเหมาะสม และไม่เกิดผลกระทบต่อประชาชน พร้อมทั้งเชื่อมโยงไปสู่แนวทางการใช้พลาสติกอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนในระยะต่อไป
       ก่อนหน้านี้ นางศุภจีได้ประชุมร่วมกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เห็นชอบกำหนดแนวทางการบริหารจัดการเม็ดพลาสติกให้เพียงพอ และราคาไม่แพงเกินไป โดยได้กำหนดนโยบายในการกำกับดูแล 3 ส่วน คือ 1.กำหนดดูแลเม็ดพลาสติก บรรจุภัณฑ์ และสินค้าเป้าหมาย ซึ่งประกอบด้วย 5 กลุ่ม 2.การผลักดันการลดปริมาณการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็นในบรรจุภัณฑ์ต่างๆ และ 3.การขับเคลื่อนความยั่งยืน ทั้งผลักดันพลาสติกชีวภาพ การคัดแยกขยะ การรีไซเคิลขยะพลาสติกให้นำกลับมาใช้ใหม่

 

Paltic25พาณิชย์ประชุมติดตามสถานการณ์เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก วางแนวทางดูแลปริมาณ–ราคา–การใช้พลาสติกอย่างเหมาะสม
      นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ว่า กรมการค้าภายในได้ดำเนินการตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดแนวทางบริหารจัดการเม็ดพลาสติกให้มีปริมาณเพียงพอและราคาเหมาะสม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจที่ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกในชีวิตประจำวัน
      แนวทางการดำเนินงานในเรื่องนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การกำหนดกลุ่มสินค้าเป้าหมายเพื่อใช้ในการกำกับดูแล การลดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็นในบรรจุภัณฑ์ และการผลักดันการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืนผ่านการคัดแยกและรีไซเคิล โดยมีแนวคิดให้จัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการให้ครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม
     สำหรับ การกำกับดูแลในระยะแรก ที่ประชุมได้กำหนดสินค้าเป้าหมาย 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1) กล่องพลาสติก 2) ถุงแกงและถุงร้อน–เย็น 3) ถุงหูหิ้วและถุงพลาสติกทั่วไป 4) ถุงขยะ และ 5) ถุงบรรจุสินค้าเกษตร เช่น ถุงปุ๋ยและถุงกระสอบ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนและภาคการผลิต โดยที่ประชุมเห็นพ้องว่าสินค้าทั้ง 5 กลุ่มดังกล่าวครอบคลุมสินค้าพลาสติกจำเป็นเบื้องต้นมากกว่า 40% ของการใช้งานในปัจจุบัน
      อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ กรมฯ ได้เชิญผู้ผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติก รวมถึงผู้ประกอบการที่นำเม็ดพลาสติกไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ เข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง โดยได้ร่วมกันพิจารณา 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความเหมาะสมของกลุ่มสินค้าเป้าหมาย สถานการณ์ด้านปริมาณสินค้า ระดับราคา และรูปแบบการรายงานข้อมูลให้กรมการค้าภายในใช้ประกอบการติดตามกำกับดูแล เพื่อป้องกันการบิดเบือนกลไกตลาดหรือการกักตุนสินค้า ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542
      ในด้านสถานการณ์สินค้า ภาคเอกชนให้ข้อมูลตรงกันว่า ปัจจุบันปริมาณเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติกโดยรวมยังอยู่ในระดับเพียงพอ และคาดว่าจะมีใช้ได้ต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึงช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของราคา ยังจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความผันผวนตามสถานการณ์โลกและปัจจัยด้านการขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว
     เพื่อให้การติดตามสถานการณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกันให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องรายงานข้อมูลเม็ดพลาสติกในกลุ่มสินค้าเป้าหมายทุกสัปดาห์ โดยจะรายงานทุกวันพุธ ขณะที่ข้อมูลการนำเม็ดพลาสติกไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์จะรายงานทุก 15 วัน เพื่อให้กรมการค้าภายในสามารถเห็นภาพต้นทุนและสถานการณ์สินค้าได้ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง จนถึงปลายทาง และนำไปใช้กำหนดมาตรการที่เหมาะสมต่อไป
      นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการค้าภายในคาดว่าจะกำหนดผู้ประกอบการที่ต้องรายงานข้อมูลให้ครอบคลุมประมาณ 70% ของแต่ละกลุ่มสินค้า เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มด้านปริมาณและราคา โดยเฉพาะในส่วนของผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกซึ่งมีจำนวนมาก ขณะที่ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกมีจำนวนไม่มากนัก จึงสามารถติดตามข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น
       ทั้งนี้ หลังจากการประชุมกรมการค้าภายในจะรวบรวมผลการหารือและรายงานข้อมูลชุดแรกเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) รวมทั้งใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลให้สินค้าเพียงพอ ราคาเหมาะสม และไม่เกิดผลกระทบต่อประชาชน พร้อมทั้งเชื่อมโยงไปสู่แนวทางการใช้พลาสติกอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนในระยะต่อไป

 

Click Donate Support Web 

GSB720x100pxใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100