ศุลกากรสหรัฐฯ เตรียมเปิดระบบ Consolidated Administration and Processing of Entries: CAPE ให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมยื่นขอคืนภาษีนำเข้าภายหลัง IEEPA ตกเป็นโมฆะ
ศุลกากรสหรัฐฯ เตรียมเปิดระบบ Consolidated Administration and Processing of Entries: CAPE ให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมยื่นขอคืนภาษีนำเข้าภายหลัง IEEPA ตกเป็นโมฆะ
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐอเมริกา (CBP) ยืนยันเตรียมเปิดใช้งานระบบ CAPE (Consolidated Administration and Processing of Entries) อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 เมษายน 2569 เพื่อรองรับการขอคืนภาษีนำเข้าที่ถูกเรียกเก็บภายใต้กฎหมาย IEEPA (International Emergency Economic Powers Act) ภายหลังที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยจะเป็นช่องทางหลักในการบริหารจัดการเอกสารเพื่อคืนภาษีอากรพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบการ
สำหรับ ขอบเขตในการเปิดใช้งานระยะแรก (Phase I)[1] จะครอบคลุมเฉพาะรายการสินค้านำเข้าภายใต้ 2 เงื่อนไข ได้แก่ 1) รายการที่ยังไม่ได้ชำระบัญชีประเมินอากร (Unliquidated entries) และ 2) รายการที่อยู่ในสถานะการชำระบัญชี (Liquidated entries) ไปแล้วไม่เกิน 80 วัน นอกจากนี้ ได้มีการกำหนดเงื่อนไขและคุณสมบัติผู้ยื่นคำขอของระบบ CAPE โดยกำหนดให้สิทธิในการยื่นคำขอจำกัดเฉพาะผู้นำเข้า (Importer of Record) หรือตัวแทนออกของ (Customs Broker) ที่มีบัญชีในระบบ ACE Secure Data Portal สำหรับระยะเวลาและการคืนเงิน ซึ่งหากข้อมูลถูกต้องและได้รับการอนุมัติ ผู้ประกอบการจะได้รับเงินคืนภายใน 60 – 90 วัน ทั้งนี้ หากผู้นำเข้ามีหนี้ค้างชำระกับ CBP ระบบจะดำเนินการหักลบหนี้ชำระ ก่อนโอนเงินส่วนต่างที่เหลือให้แก่ผู้ประกอบการ
นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการไทยเร่งประสานกับผู้นำเข้าในสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจสอบว่ารายการสินค้าเข้าข่ายได้รับการคืนภาษีหรือไม่ และให้ผู้นำเข้าตรวจสอบความพร้อมสำหรับบัญชี ACE Portal รวมถึงข้อมูลธนาคารก่อนกำหนดเปิดระบบ นอกจากนี้ CBP ยังมีแผนขยายขอบเขตของระบบ CAPE ให้ครอบคลุมกรณีที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในระยะถัดไป เช่น รายการขอคืนอากร (Drawback) รายการภาษี AD/CVD และรายการที่สิ้นสุดกระบวนการชำระบัญชีแล้ว ซึ่งกรมฯ จะติดตามและแจ้งให้ทราบต่อไป
นางอารดาฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมฯ ได้เฝ้าระวังสถานการณ์การทางการค้าสหรัฐฯ โดยเฉพาะการใช้มาตรา 122 อย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันมีการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมในอัตราร้อยละ 10 จากอัตราปกติกับทุกสินค้า ใช้ถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 พร้อมทั้งยังคงมุ่งมั่นให้ความร่วมมือทั้งการเร่งเจรจาเชิงเทคนิค และยืนยันเข้าร่วมกระบวนการไต่สวนตามมาตรา 301 ของสหรัฐฯ ซึ่งได้ประกาศเปิดไต่สวนไทยและประเทศต่างๆ ใน 2 กรณี ได้แก่ (1) การมีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างในภาคการผลิต (Excess Capacity) และ (2) การบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) โดยไทยได้ยื่นข้อโต้แย้งต่อการไต่สวนดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 และกระทรวงพาณิชย์จะเข้าร่วมในกระบวนการไต่สวนเพื่อแก้ต่างอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้ส่งออกไทยอย่างสูงสุด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสหรัฐฯ อย่างดีที่สุด
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.cbp.gov/trade/programs-administration/trade-remedies/ieepa-duty-refunds หรือติดต่อสอบถาม CBP โดยตรงในประเด็นด้านเทคนิคได้ที่
[1] หมายเหตุ : Phase I นี้ผู้ประกอบการไม่ต้องยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลการค้าระหว่างประเทศ (CIT) เพื่อรักษาสิทธิ์ในการรับเงินคืน














