ขอความเห็นชอบในหลักการร่างกฎหมาย รวม 5 ฉบับ
ขอความเห็นชอบในหลักการร่างกฎหมาย รวม 5 ฉบับ

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) เสนอ 1) ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความรับผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. .… 2) ร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 พ.ศ. .... 3) ร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 4) ร่างระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. 5) ร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
รวมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ สำนักงาน ก.พ. กระทรวงมหาดไทย (มท.)กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง (กค.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ไปดำเนินการจัดทำร่างกฎหมายตามข้อ 1 – 5 ตามลำดับ โดยให้รับข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วให้รับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีภายใน 90 วันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ
สาระสำคัญของเรื่อง
รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ฯ) ได้พิจารณาดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 (เรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562) มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 (เรื่อง การจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ) และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 (เรื่อง มาตรการควบคุมการครอบครองและใช้อาวุธปืน) ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ได้แก่ 1) แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
โดยกำหนดมาตรการทางจริยธรรมและประพฤติมิชอบเพื่อให้ปลอดจากการทุจริต ตลอดจนกำกับ ติดตาม และเร่งรัดการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยมีตัวชี้วัดที่ระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยปรับตัวดีขึ้น 2) แก้ไขกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐได้พัสดุหรือบริการที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล ไม่คำนึงถึงราคาต่ำสุดอย่างเดียว และ 3) การผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายใน ปี พ.ศ. 2593 เพื่อรับมือกับการค้าระหว่างประเทศและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ โดยจัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต ที่ได้มาตรฐานสากลและผลักดันกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพื่อให้สามารถซื้อขายคาร์บอนเครดิตของไทยในตลาดสากลได้ อีกทั้งสภาวะการณ์พลังงานในระดับภูมิภาคและโลกในปัจจุบันมีความผันผวนสูงอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อความยืดหยุ่นและความต่อเนื่องในการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ จึงขอความเห็นชอบในหลักการร่างกฎหมาย รวม 5 ฉบับ ดังนี้
1. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความรับผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยความผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐขึ้นเป็นการเฉพาะ เพื่อมิให้เกิดการกระทำความผิดอันมีผลต่อเนื่องที่ร้ายแรงต่อประเทศชาติในระยะยาว ตลอดจนกำหนดกลไกให้มีหน่วยงานที่มีอำนาจสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
2. ร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดมาตรการการควบคุมการครอบครองและใช้อาวุธปืนให้มีความเข้มงวดและรัดกุมมากยิ่งขึ้นและเพื่อให้มาตรการการควบคุมอาวุธปืนมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงและรองรับสถานการณ์ในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น โดยกำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตการมีและใช้อาวุธปืนต้องผ่านการอบรมและผ่านการทดสอบหลักสูตรการมีและใช้อาวุธปืน และต้องผ่านการตรวจสอบสุขภาพจิตและความแปรปรวนของอารมณ์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แก้ไขเพิ่มเติมอายุใบอนุญาตให้สั้นลงและยกเลิกการให้ใบอนุญาตที่มีอายุตลอดชีพ แก้ไขเพิ่มเติมอัตราโทษให้หนักขึ้น และกำหนดให้ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด โดยไม่ได้รับใบอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายสามารถนำอาวุธปืนฯ มามอบให้นายทะเบียนภายใน 90 วันนับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ โดยผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ
3. ร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้นำเงินจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้ามาใช้จ่ายเป็นค่าไฟฟ้าสาธารณะสำหรับการให้แสงสว่างแก่พื้นที่หรือทางสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปรับปรุงแก้ไขหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ให้ชัดเจนว่าต้องเป็นไปตามแนวนโยบายพื้นฐานว่าด้วยกิจการพลังงานและนโยบายพลังงานแห่งชาติและแก้ไขคุณสมบัติของกรรมการสรรหาให้มีความชัดเจน รวมทั้งกำหนดให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทน กกพ. เป็นการชั่วคราว ในกรณีที่ กกพ. มีจำนวนกรรมการปฏิบัติหน้าที่เหลืออยู่น้อยกว่า 4 คน
4. ร่างพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการปรับหลักการคัดเลือกคู่สัญญาของรัฐ โดยให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาประโยชน์ของทางราชการ วัตถุประสงค์การใช้งาน และความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอ มากกว่าข้อเสนอด้านราคา (การใช้ราคาต่ำสุดเป็นเกณฑ์หลัก) เพิ่มเหตุบอกเลิกสัญญาและการขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงานให้ครอบคลุมกรณีคู่สัญญาทำงานบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง เพิ่มกรณีการตกลงกับคู่สัญญาที่จะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงให้ครอบคลุมกรณีที่เกิดเหตุอันไม่อาจคาดหมายได้ เพิ่มลักษณะการทิ้งงานให้ครอบคลุมกรณีการปฏิบัติตามสัญญาของคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐ ที่ปรึกษา หรือผู้ให้บริการงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง มีข้อบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง และเพิ่มอำนาจหัวหน้าหน่วยงานของรัฐคู่สัญญา สั่งให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาเป็นผู้ทิ้งงานได้โดยตรง รวมทั้งเพิ่มเติมให้ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ต้องวางหลักประกันการอุทธรณ์ไปพร้อมกับการยื่นอุทธรณ์
5. ร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้รายได้ทั้งหมดจากการขายคาร์บอนเครดิตที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมที่เป็นการช่วยลด ดูดซับ หรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจกของป่าชุมชนแต่ละแห่งไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน โดยให้คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนแต่ละแห่งนำไปจัดสรรให้แก่สมาชิกป่าชุมชน ที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมตามข้อบังคับของคณะกรรมการดังกล่าว ซึ่งจะทำให้สมาชิกป่าชุมชนได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากการขายคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนนั้นได้ด้วย
ร่างกฎหมายทั้ง 5 ฉบับ เป็นการกำหนดให้มีการตรากฎหมายที่สำคัญ รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่ใช้บังคับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ สภาพเศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน ตลอดจนแก้ไขข้อขัดข้องอันเป็นปัญหาและอุปสรรคในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ เพื่อให้มีกฎหมายที่มีมาตรการและกลไกการดำเนินงานที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศ อันจะทำให้การจัดทำและการให้บริการสาธารณะ และการบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 (เรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562) มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 (เรื่อง การจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ) และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 (เรื่อง มาตรการควบคุมการครอบครองและใช้อาวุธปืน) รวมทั้งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในด้านการพัฒนากฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีชีวิต ที่ดีขึ้น
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 8 กันยายน 2569
g6














