การเปลี่ยนแปลงเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 2 แห่ง
การเปลี่ยนแปลงเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 2 แห่ง

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการเปลี่ยนแปลงเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 2 แห่ง ตามที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เสนอ ได้แก่ (1) เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ : นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด แห่งที่ 4 (เขตส่งเสริมอีสเทิร์นซีบอร์ดฯ) และ (2) เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ : นิคมอุตสาหกรรมเหมราชระยอง 36 จังหวัดระยอง (เขตส่งเสริมเหมราชระยอง 36ฯ) ตามมติ กพอ. ในการประชุมครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 เพื่อ กพอ. จะออกประกาศจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษในราชกิจจานุเบกษาต่อไป และให้ กพอ. สกพอ. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของ กษ. ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
สาระสำคัญของเรื่อง
กพอ. รายงานว่า
1. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้รับคำขอเปลี่ยนแปลงเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 2 แห่ง เพื่อรองรับการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการพัฒนากิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา รวมถึงส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ซึ่ง สกพอ. ได้มีการพิจารณาเอกสารคำขอตามกระบวนงานและขั้นตอนการพิจารณา รวมทั้ง สกพอ. และผู้พัฒนาโครงการ [บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)] ได้ดำเนินการจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย ประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้องแล้ว รวมทั้ง สกพอ. ได้นำผลการรับฟังความเห็นรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ร่างแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ สกพอ. ด้วยแล้ว
2. ในการประชุม กพอ. ครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ได้มีมติเห็นชอบการเปลี่ยนแปลงเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 2 แห่ง เพื่อให้สอดคล้องและครอบคลุมเนื้อที่นิคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน และสามารถขอรับสิทธิประโยชน์และการอำนวยความสะดวกในการลงทุนภายใต้พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้
2.1 เขตส่งเสริมอีสเทิร์นซีบอร์ดฯ
|
หัวข้อ |
เดิม |
เปลี่ยนแปลงเป็น |
|
|
ชื่อเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ |
นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด แห่งที่ 4 |
นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 |
|
|
วัตถุประสงค์ |
เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต (2) อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (3) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ หรือกิจการที่เกี่ยวเนื่องหรือเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ |
เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (2) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (3) อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (4) อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (5) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (6) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (7) อุตสาหกรรมดิจิทัล (8) อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพครบวงจร หรือกิจการที่เกี่ยวเนื่องหรือเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ |
|
|
ที่ตั้ง |
ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง |
คงเดิม |
|
|
เนื้อที่ |
ประมาณ 1,900 ไร่ |
ประมาณ 2,782 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา |
2.2 เขตส่งเสริมเหมราชระยอง 36ฯ
|
หัวข้อ |
เดิม |
เปลี่ยนแปลงเป็น |
|
|
ชื่อเขตส่งเสริม เศรษฐกิจพิเศษ |
นิคมอุตสาหกรรมเหมราชระยอง 36 จังหวัดระยอง |
นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 |
|
|
วัตถุประสงค์ |
เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต (2) อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (3) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ |
เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ เพิ่มเติม ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (2) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (3) อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ (4) อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (5) อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (6) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (7) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (8) อุตสาหกรรมดิจิทัล (9) อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพครบวงจร (10) อุตสาหกรรมการพัฒนาบุคลากรและการศึกษา หรือกิจการที่เกี่ยวเนื่องหรือเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ |
|
|
ที่ตั้ง |
ตำบลพนานิคม อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง |
คงเดิม |
|
|
เนื้อที่ |
ประมาณ 1,281 ไร่ 1 งาน 42.4 ตารางวา |
ประมาณ 1,759 ไร่ 2 งาน 64.5 ตารางวา |
3. กพอ. แจ้งว่า การเปลี่ยนเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว จะก่อให้เกิดประโยชน์ ดังนี้
1) เกิดการลงทุนของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับสูง โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าและกลุ่มเทคโนโลยีและพัฒนาอุตสาหกรรมระบบกักเก็บพลังงาน
2) ดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
3) ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
4) สนับสนุนให้เกิดการร่วมสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมจากภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างและถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง
5) เกิดการพัฒนาและยกระดับทักษะอาชีพกำลังแรงงานในพื้นที่
6) ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ต่อเนื่องให้แก่ชุมชน เช่น ร้านค้า โรงแรม หอพัก กระจายความเจริญทางเศรษฐกิจไปสู่ชุมชนโดยรอบ
7) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจากการเข้าไปมีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชนโดยรอบพื้นที่โครงการ
4. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กระทรวงพลังงาน กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนพิจารณาแล้วเห็นชอบ/ไม่ขัดข้อง/เห็นชอบในหลักการ โดย กษ. เห็นว่า ควรกำหนดมาตรการป้องกันและติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมลพิษที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรและประมงรวมถึงรักษาพื้นที่กันชนและพื้นที่สีเขียวเพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมควบคู่กับการพัฒนาภาคเกษตรและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 8 กันยายน 2569
g8














