ผลการเข้าร่วมการประชุม WEF’s 17th Annual Meeting of the New Champions และการประชุม Policy Leaders Forum ภายใต้งาน MWC Shanghai 2026

Category: มติ ครม.
Published on Thursday, 10 September 2026 08:19
Hits: 370

 

ผลการเข้าร่วมการประชุม WEF’s 17th Annual Meeting of the New Champions และการประชุม Policy Leaders Forum ภายใต้งาน MWC Shanghai 2026

 

Gov 8

 

          คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการเข้าร่วมการประชุม WEF’s 17th Annual Meeting of the New Champions (การประชุม WEF’s 17th Annual Meeting of the New Champions (การประชุม WEF) และการประชุม Policy Leaders Forum ภายใต้งาน MWC Shanghai 2026 ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) เสนอ

          สาระสำคัญ

          1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้เข้าร่วมการประชุม WEF’s 17th Annual Meeting of the New Champions ณ เมืองต้าเหลียน และการประชุม Policy Leaders Forum ภายใต้งาน MWC Shanghai 2026 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน (จีน) ระหว่างวันที่ 23 - 26 มิถุนายน 2569 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

              1.1 การประชุม WEF

 

หัวข้อ

รายละเอียด

ภาพรวม

- การประชุมจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Innovating at Scale” มุ่งเน้นการผลักดันนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ [Artificial intelligence (AI)] ให้สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมในวงกว้างมากกว่าการพัฒนาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

- ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการเร่งประยุกต์ใช้ AI ในทุกภาคส่วน การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาทักษะกำลังคน การสร้างระบบกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์การระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม ยั่งยืน และพร้อมรับมือ กับความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

กิจกรรมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

การหารือร่วมกันระหว่างผู้นำจากประเทศสมาชิกความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย - แปซิฟิก (เอเปคและสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

(1) ได้กล่าวถึง ศักยภาพของไทยในบทบาทของแกนกลางเชิงสร้างสรรค์ระหว่างกรอบความร่วมมือทั้งสอง ซึ่งไทยสามารถมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการหารือ การผลักดันความเชื่อมโยง และการขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงปฏิบัติ ในฐานะประเทศที่มีบทบาทอย่างแข็งขันทั้งในกรอบอาเซียนและกรอบเอเปค ซึ่งความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนและความริเริ่มด้านการค้าดิจิทัลของเอเปค สามารถส่งเสริมความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก โดยอาเซียนและเอเปคสามารถเสริมบทบาทซึ่งกันและกันในการสร้างภูมิภาคที่เชื่อมโยงเปิดกว้างและพร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัลผ่านการส่งเสริมความเชื่อมั่น ความร่วมมือ และการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

(2) ที่ประชุมเห็นพ้องว่า ควรมุ่งเน้นการเสริมสร้างความสามารถในการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ระบบมาตรฐาน และกรอบธรรมาภิบาลที่แตกต่างกันสามารถเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันได้อย่างน่าเชื่อถือ

การเสวนาร่วมกับผู้นำจากประเทศสมาชิกเอเปคและอาเซียน

(1) เข้าร่วมเป็นผู้เสวนา โดยเสนอแนวคิดที่ว่า “ความเชื่อมั่นเปรียบเสมือนสกุลเงินหลักในโลกดิจิทัล” เนื่องจากความเชื่อมั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการมีส่วนส่งเสริมและขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน โดยประเทศไทยเล็งเห็นถึงความจำเป็นของการมีพันธมิตรในลักษณะเกื้อกูลกันภายใต้กรอบความร่วมมือของเอเปคและอาเซียน พร้อมสนับสนุนการพัฒนาความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

(2) ที่ประชุมเน้นย้ำความสำคัญของการประสานโยบาย การยกระดับความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่นการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีเกิดใหม่ รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกและรักษาการเติบโตที่ครอบคลุมและยั่งยืนของภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัล โดยได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของไทยในการลดความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ลงร้อยละ 40 ในช่วง 8 เดือน ที่ผ่านมา พร้อมชี้ว่าประเด็น

ดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค ทั้งนี้ ผู้ร่วมเสวนาเห็นพ้องว่า เอเปคควรคงบทบาทเป็นเวทีหารือที่ยืดหยุ่นบนหลักการไม่ผูกพัน ขณะที่ อาเซียนควรมุ่งสู่ความสอดคล้องภายใต้ความหลากหลายเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าโดยไม่กระทบต่ออธิปไตยของประเทศสมาชิก

 

 

              1.2 การประชุม Policy Leaders Forum ภายใต้งาน MWC Shanghai 2026

 

หัวข้อ

รายละเอียด

ภาพรวม

ที่ประชุมฯ ได้มีการหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับวิวัฒนาการของการเชื่อมโยง การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และเทคโนโลยีอุบัติใหม่ นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังให้ความสำคัญกับการเร่งรัดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G และ AI ในภาคอุตสาหกรรม การเตรียมความพร้อมสู่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 6G การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมด้านนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและครอบคลุม

กิจกรรมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

การประชุมเสวนา ในหัวข้อ Powering the AI Economy : Computing Network Synergy Roundtable

(1) กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Digital Infrastructure Development Strategy and Vision for Cooperation in the AI Era across Asia – Pacific โดยได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การพัฒนา AI ของประเทศไทย และเน้นย้ำว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับบริการสาธารณะ และสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความมั่นคงและยืดหยุ่นจะเป็นรากฐานของเศรษฐกิจยุคใหม่ พร้อมทั้งยืนยันถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่น่าเชื่อถือและมีความพร้อมสำหรับอนาคต

(2) เชิญชวนพันธมิตรจากนานาประเทศมาร่วมลงทุนในไทย โดยในเบื้องต้นประเทศไทยให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการแบ่งปันทรัพยากรเพื่อร่วมขับเคลื่อนอนาคตของ AI ที่เปิดกว้าง ปลอดภัยและยั่งยืน

การเสวนาในหัวข้อ Safeguarding Digital Trust: Addressing Scams and Fraud in China and the APAC

(1) ร่วมเสวนาและแลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินงานในการจัดการปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ของประเทศไทยและความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยสามารถลดจำนวนคดีหลอกลวงออนไลน์ได้มากกว่าร้อยละ 50

(2) เน้นย้ำแนวทางในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านดิจิทัล ดังนี้

 (2.1) การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคส่วนในระดับประเทศ

 (2.2) การสร้างสมดุลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว

 (2.3) การเสริมสร้างทักษะด้านดิจิทัลและความตระหนักรู้ต่ออาชญากรรมไซเบอร์ของประชาชน

 (2.4) การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในเวทีโลก

(3) เน้นย้ำว่า ประเทศไทยยินดีแบ่งปันประสบการณ์ในการปราบปรามภัยไซเบอร์ข้ามพรมแดนอย่างเต็มที่ ภายใต้แนวคิด “สู้ AI ด้วย AI” และพร้อมเปิดรับความร่วมมือจากนานาประเทศในภูมิภาค เพื่อสร้างเครือข่ายในการต่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์ได้อย่างทันท่วงที

 

 

              1.3 การหารือทวิภาคี ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้หารือทวิภาคีกับผู้บริหารระดับสูงของ WEF และบริษัทด้านเทคโนโลยีระดับโลก 

              1.4 การเยี่ยมชมนวัตกรรมและเทคโนโลยีของภาคเอกชนจีน

          2. ดศ. แจ้งว่า การเข้าร่วมการประชุม WEF และการประชุม Policy Leaders Forum ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทย ดังนี้

              2.1 แสดงถึงบทบาทที่ชัดเจนของประเทศไทยในฐานะแกนกลางเชิงสร้างสรรค์ระหว่างเอเปคและอาเซียนผ่านการผลักดันแนวคิดการทำงานร่วมกัน ควบคู่กับการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศในฐานะผู้ขับเคลื่อนความเชื่อมั่นทางดิจิทัล ซึ่งกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและการลงทุนใน ยุค AI

              2.2 ช่วยยกระดับบทบาทของประเทศไทยจากผู้ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลไปสู่การเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการกำหนดแนวปฏิบัติและความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลในระดับภูมิภาค

              2.3 สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนในอนาคตจะมุ่งสู่การสร้าง Strategic Partnership Ecosystem ที่บูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัล พลังงานสะอาด กฎระเบียบที่เอื้อต่อนวัตกรรม บุคลากร และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เข้าด้วยกันมากกว่าการแข่งขันด้านเงินลงทุนหรือเทคโนโลยีเพียง อย่างเดียว

              2.4 การกล่าวถึงกรณีศึกษาของประเทศไทยในด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ในเวทีสุดยอดผู้นำระดับสากล จะเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง ถ่ายทอดเทคโนโลยีและยกระดับบทบาทของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคในอนาคต

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 8 กันยายน 2569

 

 

g19

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100