ร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษกรอบความร่วมมือแม่โขง -ล้านช้าง ประจำปี พ.ศ. 2568 (Agreement of Cooperation on Projects of the 2025 Mekong -Lancang Cooperation Special Fund)
ร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษกรอบความร่วมมือแม่โขง -ล้านช้าง ประจำปี พ.ศ. 2568 (Agreement of Cooperation on Projects of the 2025 Mekong -Lancang Cooperation Special Fund)

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ ดังนี้
1. เห็นชอบร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ประจำปี พ.ศ. 2568 (Agreement of Cooperation on Projects of the 2025 Mekong-Lancang Cooperation Special Fund) (ความตกลงฯ) ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงถ้อยคำของร่างความตกลงฯ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับผลประโยชน์และนโยบายของประเทศไทย (ไทย) ให้ อว. หารือร่วมกับกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เพื่อพิจารณาดำเนินการในเรื่องนั้น ๆ โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีก
2. ให้ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในร่างความตกลงฯ
สาระสำคัญของเรื่อง
1. กต. แจ้งว่า สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีน) ประจำประเทศไทย (ฝ่ายจีน) ได้แจ้งผลการพิจารณาโครงการของไทยที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพิเศษกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (กองทุนฯ) ประจำปี 2568 ซึ่งมีโครงการของ อว. (ฝ่ายไทย) รวมจำนวน 11 โครงการ (7 หน่วยงาน) พร้อมเสนอขอลงนามความตกลงฯ ร่วมกับ อว. ในโอกาสแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการงบประมาณของโครงการที่ได้รับอนุมัติจากฝ่ายจีนให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้กองทุนฯ อย่างสูงสุด ทั้งนี้ ฝ่ายจีนจะโอนงบประมาณสนับสนุนเพื่อให้หน่วยงานดำเนินโครงการสามารถจัดทำโครงการได้ตามแผนที่วางไว้หลังจากที่มีการลงนามในความตกลงฯ
2. ร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ประจำปี พ.ศ. 2568 (ร่างความตกลงฯ) มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดรายละเอียดสำหรับการดำเนินโครงการภายใต้กองทุนพิเศษกรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง (กองทุนฯ) ของสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานในสังกัด อว. ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีน) ประจำประเทศไทย (ฝ่ายจีน) โดยโครงการของ อว. ที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนฯ ประจำปี 2568 มีจำนวน 11 โครงการ รวมเป็นเงินจำนวน 2,306,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 75.75 ล้านบาท เช่น โครงการแบบจำลองการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ปลอดยาปฏิชีวนะเพื่อพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าของปลานิลนาย โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน 246,900 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 8.22 ล้านบาท โครงการการจัดการไฟป่าและหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมเชิงพื้นที่ โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) จำนวน 241,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8.02 ล้านบาท
3. ประโยชน์ ความตกลงฯ เป็นการกำหนดกรอบรายละเอียดสำหรับการดำเนินโครงการภายใต้กองทุนฯ ของสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานในสังกัด อว. ที่จะได้รับการจัดสรรงบประมาณจากฝ่ายจีน เพื่อทำงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศในด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาเทคโนโลยียืดอายุผลิตภัณฑ์อาหาร การปรับปรุงบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร การป้องกันโรคหนอนพยาธิ การยกระดับสาธารณสุขด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ และการจัดการน้ำแบบบูรณาการเพื่อสนับสนุนเกษตรอัจฉริยะ โดยดำเนินการร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงกลุ่มชุมชนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องในประเทศและประเทศสมาชิกกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง
4. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เห็นชอบการรับเงินสนับสนุนจากฝ่ายจีนแล้ว เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569
5. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) พิจารณาแล้วเห็นว่า ร่างความตกลงฯ มิได้มีการใช้ถ้อยคำที่มุ่งหมายให้เกิดผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างกันตามกฎหมายระหว่างประเทศ ประกอบความในข้อ 8 ของร่างความตกลงฯ ระบุว่าข้อแตกต่างและข้อพิพาทระหว่างสองฝ่ายเกี่ยวกับการตีความและการปฏิบัติตามของความตกลงฉบับนี้ให้ระงับโดยการปรึกษาหารือหรือการเจรจาอย่างฉันมิตร จึงไม่เข้าลักษณะเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือที่เกี่ยวกับองค์การระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันรัฐบาลไทย จึงเข้าข่ายลักษณะเรื่องที่ให้เสนอคณะรัฐมนตรีได้ตามมาตรา 4 (7) แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 8 กันยายน 2569
g20














