การให้สัตยาบันพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน ฉบับที่ 9 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน
การให้สัตยาบันพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน ฉบับที่ 9 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้
1. นำเสนอพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน ฉบับที่ 9 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน และตารางข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน ฉบับที่ 9 ซึ่งได้มีการลงนามแล้วตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2564 เสนอรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 178 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
2. ให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) จัดทำสัตยาบันสาร และดำเนินการส่งมอบแก่สำนักเลขาธิการอาเซียน เมื่อรัฐสภามีมติเห็นชอบต่อพิธีสารฯ และตารางข้อผูกพันฯ ดังกล่าวแล้ว
เรื่องเดิม
1. กค. ได้เสนอร่างพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการ ด้านการเงิน ฉบับที่ 9 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Services: AFAS) และร่างตารางข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน ฉบับที่ 9 อันเป็นการดำเนินการที่สืบเนื่องมาจากประเทศสมาชิกอาเซียน มีการเจรจาและจัดทำข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงินภายใต้ความตกลง AFAS ซึ่งประเทศไทยต้องปฏิบัติตามแผนการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำหนดให้สมาชิกอาเซียนต้องเปิดเสรีสาขาบริการด้านการเงินอย่างก้าวหน้า ทั้งนี้ พิธีสารและตารางข้อผูกพันดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญของการส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในเชิงลึกและกว้างขวางมากขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
2. คณะรัฐมนตรีได้มีมติ (12 ตุลาคม 2564) เห็นชอบร่างพิธีสารฯ และร่างตารางข้อผูกพันฯ ซึ่งเป็นภาคผนวกแนบท้ายร่างพิธีสารฯ ตามที่ กค. เสนอ พร้อมทั้ง อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลงนามในร่างพิธีสารฯ และเมื่อลงนามแล้ว ให้ส่งพิธีสารฯ และตารางข้อผูกพันฯ ซึ่งเป็นภาคผนวกแนบท้ายพิธีสารฯ ดังกล่าวให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา แล้วเสนอรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก่อนแสดงเจตนาให้มีผลผูกพันต่อไป
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ (12 ตุลาคม 2564) เห็นชอบร่างพิธีสารฯ และร่างตารางข้อผูกพันฯ ซึ่งเป็นภาคผนวกแนบท้ายร่างพิธีสารฯ ตามที่ กค. เสนอ พร้อมทั้งอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงนามในร่างพิธีสารฯ นั้น กค. ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น (นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ) ได้ลงนามในพิธีสารดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 และล่าสุดเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียได้ลงนามในพิธีสารดังกล่าวแล้ว โดยเป็นประเทศสุดท้ายของสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ที่ได้ลงนามในพิธีสารดังกล่าว
2. กค. พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับพิธีสารดังกล่าวจะมีผลผูกพันภายใน 180 วัน นับจากวันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศลงนามครบแล้ว ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 และตารางข้อผูกพันดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ใน 180 วัน หลังจากวันที่ข้อผูกพันดังกล่าวได้มีการแจ้งต่อที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเลขาธิการอาเซียนโดยการประสานกับประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมเจรจา โดยในส่วนของประเทศไทย ภายหลังจากรัฐสภาให้ความเห็นชอบพิธีสารและตารางข้อผูกพันดังกล่าวแล้ว กต. ต้องจัดทำสัตยาบันสารและดำเนินการส่งมอบแก่สำนักเลขาธิการอาเซียน จึงได้เสนอมาเพื่อคณะรัฐมนตรี พิจารณาให้ความเห็นชอบพิธีสารและตารางข้อผูกพันดังกล่าว เพื่อเสนอรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ต่อไป
อนึ่ง ในกรณีที่ประเทศไทยไม่สามารถดำเนินการตามกระบวนการภายในเพื่อให้พิธีสารและตารางข้อผูกพันดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้วเสร็จภายใน 180 วัน หลังจาก วันที่ลงนาม (ภายในวันที่ 6 ตุลาคม 2569) หรือภายใน 180 วัน หลังจากวันที่ข้อผูกพันดังกล่าวได้มีการแจ้งต่อที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียนอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วแต่กรณี สิทธิและพันธกรณีภายใต้พิธีสารนี้ของประเทศไทยจะเริ่มในวันแรกถัดจากวันที่ได้มีหนังสือแจ้งสำนักเลขาธิการอาเซียน
3. พิธีสารฯ มีสาระสำคัญเป็นการขยายความร่วมมือด้านการค้า บริการระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน โดยลดหรือยกเลิกข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าบริการ ภายใต้กรอบอาเซียนให้มากกว่าที่เปิดเสรีตามกรอบขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) และประเทศสมาชิกจะให้สิทธิประโยชน์ตามร่างตารางข้อผูกพันฯ แก่ประเทศสมาชิกอื่นตามหลักการให้การประติบัติเยี่ยงคนชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (Most-Favored Nation Treatment: MFN) และการประติบัติเยี่ยงคนชาติ (National Treatment: NT) รวมถึง การดำเนินการภายใต้กรอบการรวมตัวภาคการธนาคารของอาเซียน (ASEAN Banking Integration Framework) ที่ระบุให้ประเทศสมาชิกตั้งแต่ 2 ประเทศหรือมากกว่านั้นอาจดำเนินการเจรจาและตกลงเปิดเสรีสาขาการธนาคารของประเทศตน โดยแต่ละประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมการเจรจาอาจสรุปผลการเจรจา ณ เวลาใดก็ได้
4. ตารางข้อผูกพันฯ ของประเทศไทย ซึ่งเป็นภาคผนวกแนบท้ายพิธีสารฯ มีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงตารางข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน สาขาการธนาคาร สาขาย่อยการบริการชำระเงินและการส่งเงิน (Payment and Money Transmission Services) สำหรับธุรกิจตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ (Cross-border Money Transfer Services) โดยอนุญาตให้มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติได้สูงสุดร้อยละ 49 ซึ่งในปัจจุบัน กฎหมายอนุญาตให้มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติได้สูงสุดร้อยละ 75 ข้อผูกพันดังกล่าวจึงไม่กระทบต่อระดับการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงินของไทย และไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด รวมทั้งไม่ได้มีการปรับปรุงกฎหมายภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ
ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนจะต้องดำเนินกระบวนการภายในเพื่อให้สัตยาบัน (Ratification) หรือยอมรับ (Acceptance) พิธีสารดังกล่าว และส่งมอบสัตยาบันสารหรือสารแสดงการยอมรับให้เลขาธิการอาเซียนเก็บรักษา เพื่อให้พันธกรณีที่ระบุในพิธีสารฯ ที่ได้ลงนามแล้วรวมทั้งตารางข้อผูกพันฯ มีผลผูกพันต่อไป
5. ประโยชน์และผลกระทบที่ประเทศไทยจะได้รับจากพิธีสารและตาราง ข้อผูกพันดังกล่าว จะเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยสามารถขยายการค้าและการลงทุนในสาขาบริการด้านการเงินออกไปยังประเทศอาเซียนอื่นได้สะดวกยิ่งขึ้น
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 8 กันยายน 2569
g21














